ท้องพระโรงกรุงลงกาคลาคล่ำไปด้วยเหล่าเสนาอำมาตย์ที่มารอชมการพิจารณาความหนุมานทหารเอกของพระรามที่เข้ามาหักทำลายต้นไม้ในสวนขวัญ เสียงซุบซิบดั่งเซ็งแซ่จนน่าปวดหู แต่ทันทีที่ท้าวทศกัณฐ์ออกว่าความ บรรยากาศวุ่นวายและเสียงดังจนจับความไม่ได้เมื่อครู่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจเล็ดรอดออกมา

พญารากษสกายสีเขียวทรงชุดเครื่องใหญ่ประดับดิ้นด้ายสีเงินเดินทองสง่างามราวกับพระอินทร์ เขาสวมชฎาเก้าพักตร์เต็มยศดูเปี่ยมด้วยอำนาจ ทุกนิ้วมือพราวด้วยแหวนทองคำและอัญมณี พญายักษ์ย่างเท้าก้าวขึ้นบนบัลลังก์อย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่นจนแม้จะดูน่าครั่นคร้ามแต่ก็ไม่อาจห้ามสายตาคนรอบข้างได้ รอยยิ้มเยือกเย็นที่ระบายเพียงริมฝีปากแต่ไร้แววปรานีในดวงตาทำให้ทุกคนที่ได้เห็นก็ยังคงขวัญหนีดีฝ่อ เพียงแค่บุรุษผู้นี้ปรากฏกายขึ้น อากาศรอบตัวก็ราวกับจะกลายเป็นตะกั่วหนักและหนาวยะเยือก

ดวงตาลุกโพลงดังเปลวไฟกวาดมองไปรอบๆ แล้วจึงถามขึ้นอย่างแปลกใจ

พิเภกหายไปไหน

พญายักษ์กุมภกรรณผู้มีรูปกายใหญ่โตและมีศักดิ์เป็นน้องชายของทศกัณฐ์ก้าวขาออกมาโค้งคำนับ เขากระชับหอกโมกขศักดิ์ข้างกายก่อนจะตอบข้อสงสัย

พิเภกกำลังทำพิธีทำนายสำคัญในวันมหาฤกษ์ประจำปีจึงไม่สามารถมาเข้าเฝ้าได้พะย่ะค่ะ

เขาช่วยตอบแทนให้หลังจากเตี๊ยมกันไว้แล้ว แต่น้ำเสียงยังคงตะกุกตะกัก กระทั่งมือที่กระชับหอกไว้มั่นก็ยังสั่นน้อยๆ อย่างหยุดไม่อยู่

ท้าวทศกัณฐ์นิ่งคิดครู่หนึ่งจึงพยักหน้ารับทราบทำให้กุมภกรรมค่อยหายใจหายคอโล่งขึ้นหน่อย

อย่างนั้นเหรอ ถ้าพิเภกว่าจำเป็นข้าก็เห็นตามนั้น แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้มาดูวาระสุดท้ายของทหารเอกพระรามด้วยตัวเอง

ใบหน้าทรงอำนาจที่แฝงความเหี้ยมโหดในดวงตาหันไปทางบุตรชาย เพียงแค่ปรายหางตามอง อินทรชิตก็รู้สึกหนาววาบไปทั่วแผ่นหลัง

จะเริ่มได้หรือยังอินทรชิต

พญายักษ์ผู้เป็นบุตรชายพยักหน้ารับด้วยเกล้า เขาเบิกตัวหนุมานซึ่งทั้งกายถูกรัดด้วยพญานาคออกมายังกลางท้องพระโรง ใบหน้าของลิงขาวดูจะไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างใด ออกจะสบายๆ เกินคาดด้วยซ้ำ หลังจากนั้นจึงสั่งให้ทหารบริวารลากครกเหล็กขนาดยักษ์และไม้ตำเข