พญาวานรกายสีชาดย่ำเท้าออกจากพลับพลาอย่างไร้จุดหมาย ดวงหน้าระบายความเจ็บช้ำอย่างเหลือแสนที่พลาดท่าตกหลุมพรางทางมโนคติอย่างน่าอาย จริงอย่างที่กาลสิทธิโคดมว่า เขาก็แค่ฉาบหน้าเป็นอนุชาใจภักดิ์แต่แท้จริงแล้วไม่เคยลืมความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกพระเชษฐาเข้าใจผิดจนถูกขับไล่ไสส่งเลย

เขาให้อภัยพี่ชายผู้ล่วงลับไปแล้ว...แต่กลับไม่เคยลืม

หรือที่จริงข้าไม่เคยให้อภัยท่านกันแน่

ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัดกลุ้ม

สุครีพชักเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อหนีห่างจากบริเวณค่ายให้ไกลที่สุด เขาไม่ปรารถนาจะให้วานรตัวใดมาเห็นสภาพน่าสังเวชของตน แต่การดื่มด่ำความเศร้าคนเดียวก็เหงาเหลือเกิน

ท่านพี่ ท่าน...อ๊ะ!”

ดวงตาพร่ามัวด้วยม่านน้ำตาจึงไม่ทันได้ระวังว่าเท้าเกี่ยวเข้ากับเถาวัลย์จนพาลสะดุดหกล้ม

โอ๊ย!”

เสียงอุทานดังขึ้นก่อนที่ตนเองจะเปล่งจนสุครีพสะดุ้ง เขาจึงเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้ล้มลงพื้นแต่ล้มลงบนขนสัตว์สีทองอร่ามนุ่มฟูที่เบื้องล่าง ดวงตาตื่นๆ หันไปมองทางต้นเสียงแล้วก็แทบหยุดหายใจ เขี้ยวขาวของพญาเสือโคร่งแยกเผยอตามด้วยเสียงคำรามเครือในลำคออย่างน่าสะพรึงกลัว

ชิ...อุตส่าห์หนีมานอนไกลๆ ยังเจอพวกลิงเหม็นสาบอีกจนได้

พญาเสือโคร่งซึ่งเป็นร่างแปลงของกุมภกรรณบ่นอย่างเสียไม่ได้ แต่เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายตอบโต้จึงลองจ้องหน้าดีๆ อีกครั้งหนึ่ง

ตกใจรึไงเจ้าลิงครั่ง ดูสิ...เงียบเชียว น้ำตาไหลอีก นี่กลัวขนาดนั้นเลยรึไง

เสือ...พูด...ได้...

พญาเสือโคร่งเฟ้ย! ไม่เคยเห็นเสือบำเพ็ญตบะจนกลายเป็นพญาเสือรึไง

สุครีพส่ายหน้าไหวๆ และทรุดฮวบลงนั่งกองกับพื้น เขายังจ้องตรงไปที่พญาเสือโคร่งร่างยักษ์ที่ตัวใหญ่เป็นสองเท่าของเขา นี่ถ้าถลกหนังมาปูน่าจะนอนได้เป็นสิบคนเลยทีเดียว

งั้น...เราขอโทษที่มารบกวนแล้วกัน ไปล่ะ

เดี๋ยวสิ

เสียงทุ้มดั่งเสียงคำรามทำให้สุครีพขาอ่อนไปอีกครา

อ...อะไรหรือพี่พญาเสือโคร่ง

ฝ่ายที่เรียกจึงยื่นอุ้งเท้าหน้าเข้าไปหาเหมือนหมายจะตะปบ แต่ไม่ทันได้คลี่กรงเล็บ ขนปุยนุ่มกลับซับไปที่แก้มของสุครีพจนพญาวานรเหลือกตาด้วยความตกใจ

เกิดเป็นชายชาติทหารจะปล่อยให้น้ำตาอาบแก้มได้ยังไง พวกลิ่วล้อมันจะดูถูกเอาได้ อยากร้องก็จงเสียให้เสร็จ แล้วเช็ดหน้าเช็ดตาเสียก่อนค่อยไป

กิริยาห่วงใยอาบหัวใจของสุครีพจนเย็นฉ่ำ สายน้ำตาที่เหือดแห่งกลับเต็มปรี่และไหลพรากๆ ลงยิ่งกว่