แสงเดือนยอสว่างกระจ่างไปทั่วผืนป่าบนยอดเขาคันธกาฬงดงามราวกับพระจันทร์ร่ายโศลกและดวงดาวขับลำนำ มหาบุรุษกายสีเขียวนวลทอดดวงตางามมองลอดช่องแกลในห้องบรรทมด้วยหัวใจเศร้าหมอง ยามนี้ทั้งร่างเหมือนไร้ชีวิต เป็นเพียงเปลือกถั่วที่ว่างเปล่าบรรจุไว้เพียงเมล็ดพันธุ์ของความเศร้าและความรู้สึกผิดจนเต็มหัวใจ

ท่านพี่ราม...

พระลักษณ์ซึ่งเฝ้าอยู่ในห้องบรรทมเปรยขึ้นด้วยดวงหน้าสลดเช่นกัน

ขอบใจที่อยู่เป็นเพื่อนเรา เจ้าไปพักผ่อนเถอะ

ดวงหน้างดงามฉาบด้วยความโศกสลดจนอนุชาไม่อาจละสายตาไปได้ พระลักษมณ์ส่ายใบหน้าช้าๆ อย่างอาทรและเงยพักตร์ขึ้นมองพระรามอีกครั้ง

คืนนี้ข้าขออยู่กับท่านพี่เถิด

อนุชาเสนอแต่พระรามกลับนิ่งเฉย เนิ่นนานจนแทบลืมหายใจจึงค่อยหันมาเปรยทั้งที่ยังหลบดวงตา

ข้าอยากอยู่คนเดียว

ข้าไม่อาจปล่อยท่านพี่อยู่คนเดียวได้หรอก เราสองพี่น้องเคยอยู่ด้วยกันมาตลอด จนถึงบัดนี้ก็ยังต้องอยู่ด้วยกันต่อไปแม้ว่าวันนี้จะไม่มีนางสีดาอยู่อีกต่อไปแล้ว

คำพูดของอนุชาปลดสลักที่ดวงตาจนสายน้ำตาไหลล้น พระรามทิ้งกายลงซบใบหน้าลงบนแท่นบรรทม ร้องไห้อย่างเงียบเชียบจนตัวโยน ไหล่สั่นเทาอย่างอดทนจนน่าสงสารเหลือประมาณ

ท่านพี่ราม

พระลักษมณ์ตรงเข้าไปโอบร่างที่สั่นสะท้านไว้ในอ้อมแขน ดวงตาหลับลงอย่างเจ็บปวดแต่ก็ไม่สามารถลบภาพที่เห็นตรงท่าสรงเมื่อยามเย็นที่ผ่านมาได้ ร่างไร้วิญญาณของนางสีดาลอยมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าขณะสองพี่น้องกำลังสรงน้ำพอดี พระรามเห็นแล้วถึงกับร่ำไห้จนสิ้นสติ เขาเองก็แทบจะคุมความโศกสลดไว้ไม่อยู่แต่ก็จำต้องฝืนสังขารลุกขึ้นมาสั่งให้หนุมานนำร่างของนางไปเปลี่ยนเครื่องทรงให้สมเกียรติในระหว่างที่ตนก็อุ้มพาพระเชษฐามาพักเสียที่ห้องบรรทม

หลังฟื้นขึ้นจากนิทรา มหาบุรุษกายสีเขียวนวลก็ได้แต่นั่งจ้องออกไปนอกบัญชรแน่นิ่งเช่นนี้อยู่หลายชั่วยามจนพระจันทร์ลอยขึ้นถึงกลางฟ้า จึงได้เปล่งวาจาออกมาดังเมื่อครู่

ฮึก...พี่แค้นใจนัก ถูกยักษ์ชั่วนั่นหลอกเอาไม่พอ สุดท้ายมันยังฆ่าสีดาเสียเช่นนี้ แต่พี่กลับทำอะไรไม่ได้เลย พี่มัน...ไร้ค่ายิ่งกว่ามอดแมลง

อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยท่านพี่! ไม่ใช่ความผิดของท่านแม้แต่น้อย เป็นเพราะเจ้ายักษ์ชั่วนั่นตนเดียว

พระลักษมณ์พิศใบหน้าของเชษฐาที่โศกาจาบัลแล้วก็ยิ่งเวทนา เขาโอบร่างบางไว้ในอ้อมกอด