The Dark Side Chateau Roissy ตอนที่ 4: Raphael

posted on 12 Dec 2012 22:10 by ffmanblue in SweetPoison

 “สวัสดีคาร์โล”

ชายหนุ่มวัยกลางคนสูงโปร่งและดูเป็นสุภาพบุรษอย่างน่าเหลือเชื่อเดินตรงเข้ามาทักทายเด็กหนุ่มจนเขาต้องหันไปสบตามารดาที่เป็นผู้นำทางชายคนนี้มาด้วยความประหลาดใจ

“นี่คือมิสเตอร์แรดคลิฟฟ์จ้ะลูก เป็นประธานบริษัทฟลาวเวอร์ บริษัทที่ เอ่อ...”

“บริษัทขนส่งชั้นนำในภาคพื้นแอฟริกา”

เด็กหนุ่มกล่าวต่อ เขาจับมือทักทายและมองสุภาพบุรุษคนนี้อย่างไม่เชื่อสายตา สาเหตุที่เขารู้จักฟลาวเวอร์เป็นอย่างดีก็เพราะก่อนหน้านี้มารดาของเขาพร่ำเล่าเรื่องมาสเตอร์คนหนึ่งที่ปฏิบัติกับหล่อนอย่างทะนุถนอม แม้จะยังรักษามาตรฐานความเป็นมาสเตอร์แห่งชาโตว์ รอยซี่ซึ่งความหฤหรรษ์ต้องมากับความอึดอัดและเจ็บปวดบ้าง แต่ชายผู้นี้ก็ถือว่าเป็นสุภาพบุรุษชั้นสูงเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับพ่อขี้เมาและติดยาของเขา ความที่รู้ว่ามาสเตอร์คนนี้เป็นประธานบริษัทฟลาวเวอร์ เขาจึงค้นหาข้อมูลจนทราบว่านอกจากทำธุรกิจขนส่งแล้วยังมีกิจการค้าอาวุธอยู่เบื้องหลังอีกด้วย

“แต่ทำไมคุณแรดคลิฟฟ์มาตอนกลางวัน แล้วยัง...ไม่สวมหน้ากากล่ะครับ”

“วันนี้ฉันไม่ได้มาในฐานะลูกค้าหรอก ฉันมาคุยกับผู้ดูแลชาโตว์ รอยซี่”

บุรุษสูงใหญ่หันไปสบตา “คิลล่า” มารดาของเด็กหนุ่มซึ่งยืนยิ้มอย่างสงบเคียงข้าง

“คุณแรดคลิฟฟ์จะชดใช้หนี้ทั้งหมดให้เราจ้ะ และจะพาแม่ไปอยู่ด้วย”

คาร์โลแทบไม่เชื่อหู

“ไม่ใช่แค่แม่เธอนะ ฉันก็จะพาเธอไปอยู่ด้วยเหมือนกัน ฉันมีลูกชายอยู่สองคนอายุใกล้เคียงกับเธอ น่าจะเป็นเพื่อนเล่นกันได้พอดีเชียว”

เด็กหนุ่มตาค้างราวกับสิ่งที่ได้ยินเป็นภาษาต่างดาว เขางงไปหมดแล้ว นี่คือความฝันหรืออย่างไรที่จู่ๆ มารดาของเขาซึ่งมีดีแค่รูปร่างหน้าตาและความเป็นคนที่ไม่เคยถือโทษโกรธใครแม้แต่พ่อแย่ๆ ที่เอาแต่ซ้อมหล่อน กลับตกถังข้าวสารกลายไปเป็นหนึ่งในอนุภรรยาของผู้ชายที่มีรสนิยมมาสเตอร์เช่นนี้ ถึงเขาจะไม่รู้ว่าจะเชื่อใจชายคนนี้ได้แค่ไหน แต่อย่างน้อยถ้าเขาใช้หนี้ให้และทำให้มารดาออกไปจากปราสาทแห่งนี้ได้ มันก็ยิ่งกว่าความฝันแล้ว

“คาร์โลเก่งมากเลยค่ะ ตอนนี้อายุแค่สิบห้าแต่ได้เป็นคนดูแลฟลอร์ของชาโตว์ รอยซี่แล้ว”

คิลล่ากล่าวชมบุตรชายด้วยใบหน้าแสนภูมิใจ หล่อนดีใจเหลือเกินที่ยังสามารถรักษาความบริสุทธิ์ของลูกชายไว้ได้ ไม่ต้องขายตัวเป็นทาสเหมือนหล่อนที่นี่ แม้ว่าหล่อนจะไม่ได้มีส่วนในการปกป้องคาร์โลเท่าที่คาร์โลใช้ไหวพริบปกป้องตัวเองก็ตาม

“อย่างนั้นเหรอ ถ้าเธออยากเรียนหนังสือ ฉันก็ยินดีส่งให้เรียนตามที่เธอต้องการเลยนะ”

เรียนหนังสือ!

เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง จากเด็กสลัมในชุมชนแออัดของสเปนที่แม้จะอยากเรียนหนังสือแค่ไหนแต่ก็ไม่มีปัญญา โชคดีที่คนในชาโตว์ รอยซี่มีทั้งความรู้และรสนิยมทำให้เขาได้เรียนในสิ่งที่ต้องการบ้าง แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาต้องการอยู่ดี เขาอยากลองมีเพื่อน อยากรู้ว่าโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร และเขากำลังจะได้รับโอกาสนั้น

“ขอบคุณครับ คุณแรดคลิฟฟ์”

คาร์โลยิ้มน้อยๆ

แม้จะยังไม่รู้ว่าชายคนนี้จะนำพาชีวิตเขาไปอย่างไร คำพูดสวยหรูเหล่านี้จะเป็นแค่การหลอกลวงมารดาเขาหรือเปล่า แต่เขาก็รู้สึกศรัทธาชายผู้นี้ไปเสียแล้ว

มีอยู่เพียงอย่างเดียวที่ต้องเสียโอกาสไปหากต้องออกจากชาโตว์ รอยซี่แห่งนี้ ความรื่นรมย์เพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของเขาพองโต

ราฟ...

       

ท่ามกลางความมืดและเงียบสงบใน “เลอ ตัว” ห้องพักที่งดงามที่สุดภายในชาโตว์ รอยซี่ เด็กหนุ่มเปลือยเปล่าที่มีผ้าผูกตาสีดำสนิทพันรอบศีรษะนอนอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษผมสีบลอนด์สลวยกระจ่างดั่งมลคลเทวทูต วันนี้ราฟยังคงใส่เสื้อผ้าเต็มยศเช่นเดิม เขาไม่เคยได้เห็นร่างไร้อาภรณ์ของราฟแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยเห็นชายคนนี้มีอารมณ์หรือความปรารถนาทางเพศจนร่างกายแข็งขันขึ้นมา ราฟอยู่ในอาการสงบเยือกเย็นเสมอ เพียงแค่เอนกายมองดูเขายั่วยวนหรือแม้แต่เล่นสนุกกับร่างกายตัวเองไม่ได้ทำให้บุรุษผู้นี้หวั่นไหวแม้แต่ปลายผม

ราฟเพียงแค่จ้องมองและยิ้มอย่างสงบ

สงสัยเหลือเกินว่าถ้ามีอารมณ์พลุ่งพล่านแล้วจะตายหรืออย่างไรกัน

“ท่านราฟครับ”

“หืม”

“ท่านมาหาผมทุกเดือนเพื่อมองดูเท่านั้นเหรอครับ”

ชายหนุ่มลอบยิ้มขำและโอบเด็กหนุ่มที่นอนเคียงข้างให้เข้ามาใกล้ขึ้นกว่าเดิม

“หึ...อะไรกันซาช่า พูดแบบนี้หรือจะเปลี่ยนใจยอมให้ฉันกอดเธอแล้ว”

“ถ้าผมยอม คุณจะทำไหมครับ”

ความเงียบโรยตัวลงท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือก

ชายหนุ่มพลิกตะแคงเพื่อหันไปโอบกอดร้างที่ถูกปิดตาให้เข้ามาในอ้อมกอดแน่นยิ่งขึ้นอีก มือใหญ่โอบใบหน้าขึ้นมาประทับริมฝีปากอย่างอ่อนโยน จุมพิตครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างรักใคร่แล้วจึงค่อยกระซิบตอบเบาๆ ด้วยเสียงทุ้มอย่างเมตตา

“ฉันจะไม่กอดเธอ”

เด็กหนุ่มใจฝ่อ

“ฉันจะไม่กอดใครทั้งนั้น”

“เพราะอะไรกันครับ”

“ฉันบอกไม่ได้”

เด็กหนุ่มน้ำตาคลออยู่ภายใต้ผ้าผูกตา แต่สุดท้ายก็ยอมจำนนอย่างสงบ

ริมฝีปากชายหนุ่มจุมพิตลงที่เส้นผมสีดำสนิทอย่างถนอม เขาโอบกอดเด็กหนุ่มไว้หลวมๆ ก่อนผล็อยหลับไป เป็นกิจกรรมที่ทำเป็นประจำเดือนละครั้งในฐานะลูกค้าประจำที่ไม่เคยล่วงเกินสัตว์เลี้ยงที่ซื้อตัวมาแม้แต่ครั้งเดียว

เวลาล่วงไปหลายชั่วโมง แม้ว่าราฟหลับสนิทไปแล้วแต่หัวใจของซาช่ายังคงไม่หลับ เขาครุ่นคิดแต่เรื่องที่จะต้องบอกชายคนนี้ว่าจะต้องจากกันแล้ว และขอโอกาสที่จะได้พบกันอีกที่อื่นนอกจากในชาโตว์ รอยซี่ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน ราฟจะยอมทำความรู้จักกับเขาจริงจังหรือเปล่าถ้าเขาไม่ได้เป็น “ซาช่า” แต่เป็นคาร์โลคนเดิม

หรือว่า...เขารักชายคนนี้

เสียงหัวใจของเด็กหนุ่มเต้นแรงจนเลือดฉีดซ่านไปทั่วหน้า

เขารักคนที่ไม่เคยเห็นกระทั่งใบหน้าอย่างนั้นเหรอ...มันเรื่องบ้าชัดๆ แต่ในปราสาทที่เต็มไปด้วยตัณหาราคะ ราฟเป็นเพียงคนเดียวที่ปฏิบัติกับเขาด้วยความรักและทำให้เขาซาบซ่านด้วยความปรารถนาอย่างเปี่ยมล้นเสมอ

ร่างที่สั่นสะท้านและมึนงงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เขาคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะถอดผ้าผูกตาออกดีหรือไม่ หากราฟเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกล่ะก็ ความผิดที่เขาละเมิดกฎความเป็นส่วนตัวของลูกค้าด้วยการมองหน้าราฟ อาจทำให้เขามีสิทธิ์โดนฆ่าปิดปากหรือฝังทั้งเป็นอยู่ในป่าหลังชาโตว์ รอยซี่เลยทีเดียว

แต่ถ้าต้องจากกันโดยที่ไม่เคยเห็นหน้า...

เขาอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

คิดได้ดังนั้น สองมือก็กระชากผ้าผูกตาออกทันที!

แสงไฟสลัวทำให้ดวงตาของเด็กหนุ่มพร่าเลือนไปเล็กน้อย แต่เมื่อปรับได้จึงปรายดวงตาสีทองอร่ามลงมองใบหน้าของราฟด้วยใจระทึก

พระเจ้า!

ใบหน้าคมเข้ม คิ้วดกหนารับกับเส้นผมสีบลอนด์ดั่งทองคำสะท้อนแสงโคมไฟเล็กน้อยอย่างงดงามราวกับมงคลเทวดา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอิ่มเอิบที่จุมพิตเขานับครั้งไม่ถ้วน กระทั่งลำคอยังยาวระหงทอดลงไปจนถึงแนวกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ปลดลงไปสองสามเม็ด

งามราวกับเทวทูต!

ภาพเดียวที่ปรากฏขึ้นมาในมโนสำนึกของเด็กหนุ่มคือภาพเทวดาบนผนังโบสถ์ที่เขาเคยเห็นเมื่อวัยเด็ก แม้จะสูงโปร่งสง่างาม ถือดาบและหอกฟาดฟันกับเหล่าอสูรอย่างแข็งขันเช่นนักรบ แต่กลับมีใบหน้างดงามยิ่งกว่าสตรีใดในโลก

ความหลงใหลจนตาพร่าทำให้เด็กหนุ่มอดใจไม่ไหว โน้มใบหน้าลงจุมพิตที่ริมฝีปากอย่างแผ่วเบาราวกับลืมความกลัวเมื่อหนแรกไปสิ้น

“อืม...ยังไม่นอนเหรอซาช่า”

ร่างที่หลับพริ้มงัวเงีย เขาโอบศีรษะเด็กหนุ่มลงมาให้ริมฝีปากบดกระชับล้ำลึกยิ่งขึ้น แต่เมื่อลืมตาอย่างเชื่องช้าและเห็นว่าดวงตาสีทองของเด็กหนุ่มจ้องตรงมายังเขา มือที่เคยโอบศีรษะกลับกระชากเส้นผมสีดำสนิทอย่างแรง! เหวี่ยงร่างบางจนปลิวลงบนที่นอนก่อนจะตามไปล็อคแขนไพล่หลังและกดด้วยเข่าจนเด็กหนุ่มโอดโอย

“ผม...เจ็บ...”

“เธอได้เจ็บยิ่งกว่านี้แน่ นี่มันอะไรกันซาช่า ผ้าผูกตาของเธอไปไหน”

ชายหนุ่มถามด้วยรอยยิ้มอย่างใจเย็น แต่เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังจะหันใบหน้ากลับมามอง เขาก็ยิ่งกดเข่าลงบนแขนที่ล็อคไพล่หลังหนักขึ้นจนร่างบางแทบจมลงไปในเตียง

“ผมขอโทษครับ ผมแค่...อยากเห็นหน้าท่านเป็นครั้งสุดท้าย”

“ครั้งสุดท้ายก่อนตายรึไง”

“ไม่ใช่ครับ มีคนจะรับผมออกไปจากที่นี่”

“นั่นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ฉันคงไม่อยากให้มีคนรู้จักหน้าฉันเดินอยู่ตามท้องถนนทั่วไปหรอกนะ ถึงจะน่าเสียดาย แต่ฉันคงต้องทำให้เธอลืมหน้าฉันให้ได้เสียแล้วล่ะ”

ราฟผละจากเด็กหนุ่มและตรงไปหยิบหน้ากากมาสวมอีกครั้งก่อนตรงดิ่งไปหยิบโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว

“ได้โปรด...อย่าให้ผมลืมหน้าท่านเลยครับ! ผมไม่อยากจะจำหน้าพ่อที่ทำร้ายผม ไม่อยากจะจำหน้าเพื่อนวัยเด็กที่มีแต่เรื่องทะเลาะวิวาทไม่เว้นแต่ละวัน แต่ขอให้ผมได้จำหน้าท่านไว้ ให้ผมได้จำหน้าคนที่ผมรักเถอะครับ”

“เธอรักฉันอย่างนั้นเหรอ”

ซาช่าพยักหน้า

“อย่าพูดให้ขำเลยซาช่า เธอรักตัวฉันที่อยู่ในจินตนาการของเธอมากกว่า คิดว่าฉันเป็นใครงั้นรึ มหาเศรษฐีที่ยอมทุ่มเงินเพื่อแค่กอดและจูบเธอเดือนละครั้งอย่างนั้นเหรอ หรือเป็นคนใจดีที่อ่อนโยนกับเธอท่ามกลางมาสเตอร์ที่ปฏิบัติกับเธอเยี่ยงทาส”

“แล้วท่านเป็นใครล่ะครับ!

ใบมีดเย็นเฉียบจากด้านหลังประทับลงที่ลำคออย่างแผ่วเบา

เด็กหนุ่มจึงเพิ่งรู้ตัวว่าผู้ติดตามชาวจีนของราฟจ้องมองดูอย่างไร้เสียงตลอดเวลาและบัดนี้ก็เตรียมพร้อมที่จะสังหารเขาได้ทุกเมื่อ

“หุบปากได้แล้วไอ้เด็กโง่ จะให้ผมฆ่ามันเลยมั้ยครับราฟ”

จินซุยโซถาม ซึ่งจากน้ำเสียงทำให้ทราบได้ว่าไม่ได้ล้อเล่นแน่

“อย่าเพิ่งจิน ฉันไม่ฆ่าใครโดยไม่ได้เงินหรอก”

“แต่มันเห็นหน้าคุณแล้ว”

ราฟยืนนิ่งอย่างครุ่นคิด เขาเดินวนไปวนมาอยู่สองสามรอบแล้วจึงนึกขึ้นได้

“เอายาสารภาพออกมาจิน ฉีดเข้าไปซักสิบยี่สิบหลอดเดี๋ยวสมองก็พังจนจำไม่ได้ไปเอง”

เด็กหนุ่มมองภาพเทวทูตของเขาเอ่ยปากออกมาอย่างเลือดเย็น แม้จะยังกลัวใบมีดคมกริบที่จ่อตรงคอหอย แต่ความเสียใจที่ชายคนนี้อยากให้เขาลืมใบหน้ารุนแรงกว่านัก

“ผมจะไม่ลืมท่านแน่ๆ! ผมรักคุณราฟ! ผมรักคุณ!

“ลืมฉันซะซาช่า”

“ไม่มีวัน! ถ้าผมเห็นหน้าคุณอีกครั้งผมจะจำคุณได้แน่ๆ! ผมจะรักคุณ!

“หุบปากซะไอ้เด็กเวร!

จินซุยโซตวาดอย่างหัวเสีย เขาอยากจะซัดมีดปาดคอไอ้เด็กคนนี้ให้ตายไปเสีย บังอาจรักคนที่สูงส่งดั่งพระเจ้าสำหรับเขาอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง! เขาไม่มีวันยกแองเจิ้ลของเขาให้ใครแน่!

     

สวัสดีค่า ^_^

รักแรกค่ะรักแรก อากีเร่ก็มีรักแรกเหมือนกันนะคะ ถ้าอ่านใน Sweetฯ ที่ผ่านมาอากีเร่บอกว่ารักแรกของเขาคือวาลค่ะ แล้วราฟหายไปไหน! อากีเร่แกล้งอำให้วาลดีใจไปงั้นเองเหรอ! ไม่ใช่ค่า เอาไว้ตอนหน้าเดี๋ยวก็เข้าใจค่ะเพราะตอนจบละ

ตอนที่เขียนรู้สึกชอบราฟจังเลยค่ะ ไม่เคยมีตัวละครไหนบุคลิกแบบนี้เลยค่ะ ราฟเป็นพวก idealism ผสม perfectionism คือเป็นพวกมีอุดมคติสูงส่งและรักในความเพอร์เฟกต์ มีชีวิตอยู่เพื่ออุดมการณ์ของตัวเองซึ่งไม่สนใจค่ะว่ามันจะไปทำอันตรายต่อมนุษยชาติคนไหนหรือขัดต่อศีลธรรมที่ดีงามในโลกนี้รึเปล่า แล้วก็รักความสมบูรณ์แบบ เรียกว่าไม่ชอบเลยถ้ามีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้นทำให้แผนของเขาด่างพร้อย ไม่ว่าจะเป็นการตอบเรื่องที่ไม่ได้ถาม หรือแอบมองหน้าโดยไม่บอกกันก่อน เป็นพวกไม่ชอบความเซอร์ไพรส์ค่ะก็เลยถูกจริตกับคนที่ยินดีทำตามคำสั่งทุกอย่างและสามารถกำจัดคนที่ไม่เชื่อฟังให้พ้นไปจากโลกนี้ได้ถ้าไม่สบอารมณ์

แต่ “ความไม่แน่นอน” ที่ราฟเกลียดที่สุดในโลกก็ดันมาเจอกับตัวเขาเองตอนเป็นโรคหัวใจนี่ล่ะค่ะ คงเซ็งน่าดูที่ใช้ชีวิตแฮปปี้ดีมาตลอด อยู่มาวันหนึ่ง...อ้าวเฮ้ย เป็นโรคหัวใจซะงั้น อาการเดียวกับยูรี่เลยค่ะ คือตื่นเต้นไม่ได้ มีเซ็กส์ไม่ได้ ไม่งั้นเดี๋ยวหัวใจวายตายกันพอดี

เล่าไปเล่ามาชักง่วงนอน ไว้มาต่อตอนจบนะคะ ชีวิตคนเขียนนิยายมันดีตอนมีอารมณ์เขียนนี่ล่ะค่า โปรดติดตามนะคะ

 

Comment

Comment:

Tweet

นี่คือเหตุผลที่อากีเร่รักแดเนียลสินะคะ

ฮือออ เศร้าแทนอากีเร่ นี่คงเป็นมุมนึงของอากีเรืที่คงไม่ได้เห็นที่อื่รถ้าไม่ใช้ดาร์คไซด์

สรุปรักแรกคือราฟ รักสุดท้ายคือเนียล ช่างบังเอิญจริงๆ

#5 By Mille (103.7.57.18|180.214.215.199) on 2013-02-06 01:33

เหมือนว่าความจริงเเล้วอากีเร่หลงรักหนูแดนเพราะฝังใจรักราฟเลย
แอบเศร้าเลย

#4 By ErosAmor (103.7.57.18|1.2.141.64) on 2013-01-10 01:37

ซาช่าT_T
ตอนต่อไปคือตอนที่ทำให้ผมของอารีเก่เป็นสีดอกเลาใช่มั้ยค๊าาาา
อยากจะรู้ว่าถ้าอากีเร่เห็นราฟอีกครั้งจะเป็นยังไง จะรู้สึกกับแดเนีบลเหมือนเดิมมั้ย ฮึ้ยๆๆๆๆๆ

#3 By กรีดร้อง (103.7.57.18|171.4.2.185) on 2012-12-14 07:29

หรือส่า..ที่จริงอากีเร่ปิ๊งรักแดเนียลจะเพราะหน้าเหมือนราฟกัน??

#2 By Lina on 2012-12-13 21:18

ราฟโหดร้ายยยยยยยย ; w ;
อากีเร่(ซาช่า)น่าสงสารรรรร
รออ่านต่อนะคะ ฮือวววว

#1 By +[ 海斗]+ CREDO KAITO on 2012-12-13 00:34