คืนพระจันทร์เต็มดวงสว่างราวกับยามพระอาทิตย์ฉายส่อง พระรามดำเนินตรงไปยังศาลาล่าสัตว์กลางป่าด้วยความตื่นตระหนก เขาทรุดกายลงนั่งบนแท่นประทับและหอบเหนื่อยด้วยวิ่งหนีตรงมาไม่ได้พัก

“แย่จริง เกือบถูกยักษ์กินแล้วเชียว”

ดวงหน้าหวานล้ำเบะปากและขมวดคิ้วมุ่นเมื่อคิดถึงตอนถูกกลืนกินตั้งแต่ปลายเท้า ขนาดว่ากำลังจะตกเป็นอาหารแต่ร่างกายกลับเสียวซ่านอย่างน่าแปลก ด้วยเหตุนี้มหาบุรุษจึงแจ้งใจว่ามนุษย์ที่ถูกยักษ์กินคงมิได้ทรมานมากนักเพราะก่อนตายยังได้ซ่านเสียวเสียขนาดนี้

พลันลมเย็นพัดปะทะใบหน้า เรื่องที่ค้างคาเมื่อครู่กลับละลายหายไปสิ้น มหาบุรุษผ่อนคลายองค์ลงนอนทอดกายบนศาลา ยามที่ได้ประทับในป่ากว้างใหญ่ หัวใจจึงค่อยสงบลงบ้างตามนิสัยเดิมที่ไม่โปรดพระราชวังและออกเดินป่าเป็นฤาษีชีไพรใช้ชีวิตเร่ร่อนดังทุกวันนี้

พระพายโบกจนเสียงยอดไม้กรีดดัง สายลมโลมเลียผิวกายจนระลึกขึ้นได้ว่าสถานที่แห่งนี้ยักษ์ชั่วทศกัณฐ์สวมรอยเป็นพิเภกโอบกอดเขา แม้จะแค้นเคืองจนร้อนรุ่มในใจแต่ความหวานซ่านของปลายลิ้นกลับไม่จาง เมื่อระลึกได้ว่ายามนั้นทศกัณฐ์ก็โลมเลียเขาแทบทั้งตัว