บัดนั้น ฝ่ายนิลราชชาญสมร กระบี่องค์ปลงจิตคิดถึงอรชร จึงสำแดงฤทธิ์รอน เหาะเหินดำเนินไปพบสุพรรณมัจฉาน้องนารี

นิลพัทโอบนางมัจฉาผู้เป็นที่รักไว้แนบอก แผนให้เหล่าปลาขนศิลาไปทิ้งดำเนินด้วยดีจึงทำให้การจองถนนไม่คืบหน้าไปไหน พลกระบี่ขนหินมาถมไป ถนนก็กลับจมลงหายลับไปกับตา

“น้องมีข่าวมงคลจะแจ้งแก่เจ้าพี่”

นางสุพรรณมัจฉาเอ่ยด้วยเสียงไพเราะเสนาะหวาน หล่อนจะกราบทูลภัสดาว่าบัดนี้ในครรภ์ของหล่อนมีบุตรของนิลพัทจุติลงมา

“เรื่องอะไรหรือจ๊ะ”

“ตอนนี้น้อง...”

“นั่นหรือนางปลาที่ทำให้เจ้าทรยศ นิลพัท” 

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากชะง่อนผาทำให้ทั้งสองสะดุ้งโยน ร่างของนายทัพสุครีพกายสีชาดสดปรากฏองค์ออกมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ถูกจับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ก็เหลือจะบิดพลิ้วให้มากความ

ใบหน้างามของนางสุพรรณมัจฉาถึงกับซีดสลด หล่อนไม่ใคร่จะมีปัญญานักด้วยว่าเป็นพงศ์ปลา หาได้หลักแหลมเช่นพงศ์นารายณ์หรือพงศ์ยักษ์ ความที่กำลังจะเป็นมารดาจึงคิดแต่ว่าทางใดจะปกป้องบุตรในท้องไว้ได้

“ท...ท่านนายทัพสุครีพ ข้าก็แค่ลอบทำรักกับนางมัจฉา หากการณ์นี้จะว่าข้าทรยศมันก็...”

“อย่าเอ่ยสิ่งใดให้ข้าหมดศรัทธาอีกเลย ข้าสืบมาแล้วว่านางมัจฉานั่นคือผู้บัญชาให้เหล่าปลาขนหินถมถนนไปทิ้งเสียหมด จองถนนอย่างไรจึงไม่สำเร็จเสียที แรกคิดข้าว่าเจ้าอาจจะใช้นางไปสั่งให้ขนหินฝั่งหนุมานทิ้งเสียเพื่อให้ตนเองชนะ แต่เมื่อเจ้ากลับสั่งนางให้ขนหินของทั้งสองฝ่ายไปทิ้ง ก็มีข้อสรุปประการเดียวคือเจ้าแปรพักตร์”

สุครีพสรุป ด้วยความเมตตาเขาจึงไม่อยากให้นิลพัทบิดพลิ้วจนเสียชาติชมพูวาราชโอรสไปมากกว่านี้ แต่ไห