มหาบุรุษกายสีเขียวอ่อนกรีดดวงตาพิศใบหน้าของนิลพัทซึ่งบัดนี้คุกเข่าประณตน้อมอยู่หน้าพลับพลาด้วยตัวสั่นเทา พระรามปราดมองไปทางขวายังอนุชาลักษมัณที่เคียงข้างอยู่และเห็นว่าใบหน้าโกรธขึ้ง ส่วนทางซ้ายเสนาธิการพระยาพิเภกก็ส่ายหน้าอย่างระอาใจ ฝ่ายสุครีพที่เพิ่งจะดำเนินมาถึงและถวายตัวเข้าเฝ้าก็อดจะประหลาดใจกับบรรยากาศนี้ไม่ได้

“นายทัพสุครีพ”

เสียงหวานเอ่ยดังกังวานจับจิตจากพระรามตอบรับด้วยเสียงขานจากพญาวานรกายสีชาด

“เราได้ยินมาว่านิลพัทลอบหนีกองไปสมสู่กับนางสุพรรณมัจฉาโดยไม่รู้ว่านางบัญชาให้ปลาใหญ่น้อยขนหินถมถนนไปทิ้ง แต่สุดท้ายหนุมานจับได้ นางมัจฉากลับตกเป็นเมียหนุมานจึงได้เปลี่ยนใจยินยอมช่วยขนหินกลับมาเป็นถนนดังเดิมจริงหรือไม่”

นายทัพสุครีพเบิกดวงตาอย่างแปลกใจ

“องค์รามได้ยินจากผู้ใด”

“จากหนุมาน”

นายทัพเหล่มองหาหลานตัวแสบแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา เอาล่ะสิเจ้าหลานโง่ จับแพะจนแกะจนเป็นเรื่องเป็นราวอีกแล้วไง

“เห็นจะเป็นเช่นนั้น แต่นางสุพรรณมัจฉามีรูปโฉมงดงามเหลือแสน ทั้งน้ำเสียงก็ไพเราะราวกับจะดึงให้ต้องมนต์ ดังนั้นคงมิแปลกที่นิลพัทจะถูกล่อลวง”

ฝ่ายกระบี่นิลกาฬ ได้ยินน้องนางถูกกล่าวประจานเช่นนี้ก็นึกค้านในใจอยากจะแก้ต่างให้ว่านางเป็นสตรีใจงาม มิได้ล่อลวงตน ตนเสียอีกที่ยินดีพลีใจให้ แต่สายตาสุครีพจ้องตรงมาก็ราวกับจะบอกว่าให้หุบปากเงียบเสีย

มหาบุรุษกายสีเขียวนวลหรี่ปรือดวงตาอย่างครุ่นคิด แต่ระหว่างที่ยังคิดไม่ออก พิเภกก็กลับถามให้คลายสงสัย

“หากนายทัพกล่าวเช่นนั้น นิลพัทคงต้องมนต์นางมัจฉาจริง ความผิดเพียงแค่หนีกองก็ควรให้จองจำหรือโบยสถานเบา”

พิเภกซึ่งมองผ่านแว่นวิเศษก็พอจะเห็นได้ว่านิลพัทมิได้ถูกล่อลวง แต่เทใจให้หล่อนเลยต่างหาก ความที่เป็นสหายใจภักดิ์กับสุครีพจึงหาทางช่วยอย่างเต็มกำลัง

“ไม่สิ ถ้ามนต์นางสุพรรณมัจฉามีอานุภาพลึกล้ำจนล่อลวงนิลพัทได้จริง เหตุใดหนุมานจึงรอดพ้นทั้งที่ฤทธิ์มากไม่ต่างจากนิลพัทแท้ๆ แถมหนุมานยังได้นางเป็นเมียจนออดอ้อนขอให้ปลาใหญ่น้อยขนศิลากลับมาคืนที่ได้เสียอีก”

ลักษมัณขัดด้วยว่าเรื่องราวไม่สมเหตุสมผลนัก พิเภกถึงกับหลับตาและถอนใจ อนุชารูปทองนี่นะ มิได้ดูบรรยากาศเสียบ้างเลย

ใบหน้างามขององค์รามเบี่ยงมองนิลพัทอย่างแน่นิ่ง สักพักจึงเหลือกลืมอย่างจริงจังก่อนจะกระทืบบาทดังจนที่ประชุมสะดุ้งเฮือก

“เจ้าปล่อยให้ความลุ่มหลงนางมัจฉาบังตาจนมิได้เห็นว่านางวางแผนทำลายการจองถนนอย่างนั้นหรือ! โทษที่หนีกองมันน้อยนัก แต่เรามิอาจปล่อยให้ทหารที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนรวมอย่างเจ้าร่วมทัพด้วยได้”

สุรเสียงยามพิจารณาความเปี่ยมบารมีเสียจนนิลพัทตัวสั่นเทา ก้มกราบครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยว่าอย่าให้องค์รามส่งเขาคืนเมืองชมพูด้วยเหตุนี้เลย ท้าวมหาชมพูบิดาเขาจะเสียใจขนาดไหนหากโอรสถูกเฉดหัวออกจากทัพเพราะเรื่องผู้หญิง

“เอ่อ...พระอาญามิพ้นเกล้า”

นายทัพสุครีพแทรกขึ้นมาก่อนที่บัญชาจะลั่น

“หากองค์รามจะทรงเมตตาแก่ลิงหนุ่มที่เสียสละเข้าร่วมทัพ และรักษาความสัมพันธ์อันดีกับท้าวชมพูซึ่งบัดนี้องค์ช่วยดูแลให้ทั้งเมืองชมพูและเมืองขีดขิน ขอทรงโปรดพิจารณาความอย่างเป็นธรรมและเมตตาด้วยเถิด”

สุครีพชง แต่เมื่อเนื้อความยังดูซับซ้อนเกินไป พิเภกจึงช่วยตบให้ง่ายแก่ความเข้าใจขึ้นอีกนิด

“ตอนนี้ท้าวชมพูเองก็ตึงมือเต็มที่เพราะต้องดูแลทั้งเมืองชมพูและขีดขินไปพร้อมกัน ข้าถึงว่าช่วงนี้เสบียงจากทางขีดขินมาไม่ค่อยตรงเพลานัก เกรงว่าท้าวมหาชมพูคงดูแลได้ไม่ทั่วถึง หากได้โอรสไปช่วยดูแลการส่งเสบียงจากทางขีดขินก็เห็นจะเป็นการดี ส่วนงานจองถนนนี้ก็ดำเนินไปกว่าครึ่งแล้ว ที่เหลือให้หนุมานช่วยคุมลิงคงไม่เป็นปัญหา”

พระรามพยักใบหน้าเข้าใจ

“ถ้าอย่างนั้น เราจะพิจารณาโทษของเจ้า ข้าขอสั่งให้นิลพัทไปรั้งเมืองขีดขินช่วยท้าวมหาชมพูผู้เป็นบิดา ควบคุมให้ส่งเสบียงมาตรงเวลาด้วย”

สมาชิกที่ประชุมถอนใจอย่างโล่งอกโดยถ้วนหน้า

ฝ่ายมหาบพิตรไมยราพณ์แห่งกรุงบาดาล เมื่อดำเนินมาถึงยังวังวิมานก็สั่งให้นางกำนัลแต่งองค์บุตรบุญธรรมเสียงามราวกับนางสวรรค์ ผิวกายขาวผุดผาดและเส้นผมสีทองคำรับกับมงกุฎประดับไข่มุกสูงค่า ผ้านุ่งถักทอมาจากไหมชั้นเลิศแห่งลงกาเป็นสีม่วงอ่อนสอดรับกับผิวกายพญายักษ์ หางปลากรุเกล็ดสีทองตัดกับสไบนางประดับด้ายสามกษัตริย์และอัญมณีเลอค่ามากมาย เพียงได้พิศในหนแรก เป็นใครก็ต้องหลงรักทั้งรูปโฉมและสมบัติ

“ม...มหาบพิตร...”

นางจันทรประภาศรีผู้เป็นมารดาถึงกับอ้าปากค้าง เช่นเดียวกับนางยักขินีอวบอึ๋มทั้งสิบสองที่แต่งองค์มาเต็มที่ก็ยังต้องแพ้ความอ่อนเยาว์และงดงามของมัจฉานุที่เครื่องทรงจัดเต็มยิ่งกว่า ราวกับชุดเจ้าสาวเสียก็ไม่ปาน

“ท่านแม่ เอาเป็นว่าข้าต้องขอโทษน้องสาวทุกคนด้วยแล้วกันนะ ข้าบังเอิญได้พบนางผู้นี้เสียก่อน หล่อนชื่อมัจฉานุ เป็นราชนัดดาในท้าวทศกัณฐ์และเป็นบุตรีของหนุมาน งามสะคราญเสียจนพญายักษ์ต่ำต้อยอย่างข้าต้องขอนางมาร่วมเรียงเคียงหมอนด้วย แต่นางยังเด็กนัก หากจะเป็นเมียเห็นจะโดนครหา ข้าเลยบอกผู้ปกครองนางไปว่าขอเป็นลูกบุญธรรมเสียก่อน แล้วสมภารก็ค่อยกินไก่วัดที่หลัง ฮ่าๆๆๆ แหม...เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้ล่ะนะท่านแม่”

ไมยราพณ์หัวเราะร่วนจนนางยักขินีทั้งสิบสองที่พ่ายต่อความงามอ่อนเยาว์และพระยศเลือดขัติยาต้องลี้ทัพกลับลงกาไปอย่างรวดเร็ว

ฝ่ายนางจันทรประภาศรีถึงกับเข่าอ่อนทรุดกายลงไปนั่งกับพื้นจนไมยราพณ์และมัจฉานุต้องรีบเข้าไปประคอง

“เป็นอะไรไปล่ะท่านแม่ ข้าได้เมียแล้วไม่ดีใจหรือไง”

นางจันทรประภาศรีแทบร้องไห้ เขาหันไปมองใบหน้าสวยผุดผาดดั่งกุหลาบตูมของมัจฉานุแล้วก็กระจ่างใจในความงามดี

“ข้าก็ดีใจที่ท่านหาเมียได้ แต่ว่า...”

“แต่ว่าอะไร”

“ข้าอยากให้ท่านมีทายาทเร็วๆ”

พญายักษ์หัวเราะขบขันอีกครา

“แหม...นางยังเด็ก แต่อีกไม่นานก็สาวสะพรั่ง เอ่อ...จะว่าไปก็อีกเป็นสิบปีล่ะนะ จริงด้วยสิ ข้าลืมคิดเรื่องนี้ไปว่านางจะยังอ่อนเยาว์น่าเอ็นดูแบบนี้ไปอีกนานเพราะเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง ที่จริงข้าชอบเด็กล่ะนะ แต่ลืมคิดเรื่องทำลูกไป”

คราวนี้มารดาร้องไห้โฮออกมาดังลั่น

“โฮ...อภัยให้ข้าด้วยเถิดท้าวมหายมยักษ์ ข้าคงเลี้ยงดูโอรสท่านไม่ดี กระทั่งเรื่องหาเมียจึงยังไม่ได้ความอย่างนี้”

ขนงคิ้วพญายักษ์ขมวดมุ่นเล็กน้อย

“อะไรล่ะท่านแม่ นางงามหาตัวจับยากจะตาย สายเลือดหรือก็สูงด้วยบารมี ไม่ให้เป็นมเหสีก็ไม่รู้จะให้แมวที่ไหนเป็นแล้วนะ รออีกแค่สิบปีจะเป็นไรไป”

“ไม่ช่ายยยย...”

“ไม่ใช่อะไรล่ะ หรือท่านมีอะไรไม่พอใจในตัวมัจฉานุอีก”

นางจันทรประภาศรีน้ำตาอาบแก้ม หล่อนหันไปสบตามัจฉานุอย่างเอ็นดูเหลือกำลังแต่ก็พูดไม่ออก ซึ่งอีกฝ่ายแม้จะเพิ่งเกิดแต่ก็หัวไวเดาทางได้

“พระอัยยิกามิได้ไม่พอใจในตัวข้าดอก พระบิดา”

เป็นครั้งแรกที่ไมยราพณ์ได้ยินเสียงมัจฉานุ ช่างกังวานใสเสนาะโสตไม่ต่างจากเสียงของนางสุพรรณมัจฉาผู้เป็นมารดาเลย

“แหม อย่าเรียกพ่อให้สะท้านใจเลยจ้ะ เรียกเจ้าพี่ดีกว่า แล้วปัญหาอยู่ที่ใดล่ะน้องหญิง หรือเจ้าเองไม่พอใจที่ข้ารับมาเป็นบุตรบุญธรรมแต่กลับพลิกลิ้นอยากให้เจ้าเป็นชายา”

ใบหน้าอ่อนเยาว์พรายยิ้มและส่ายหน้าแผ่วเบา

“มิใช่เลย ชีวิตข้าเป็นของพระบิดาแล้ว แต่ท่านช่างหัวทึบเสียจริง ตั้งแต่จับข้าแต่งองค์เป็นตุ๊กตาเช่นนี้แล้ว”

ว่าแล้วนางก็เริ่มดึงทึ้งเครื่องทรงภูษาสูงค่าออกจนกระจาย แผ่นอกเปลือยเปล่าแบนราบเผยออกจนไมยราพณ์เผลอปิดตาแน่น แต่เมื่อท่อนล่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อน โทงเทงที่อยู่ตรงหว่างขาจึงทำให้ทราบว่าที่นางจันทรประภาศรีพยายามจะบอกคืออะไร

“ตาไม่ดีรึไงพระบิดา ข้าเป็นผู้ชาย! เป็นตัวผู้! จะมาเป็นมงเป็นเมียอะไรไม่ทราบ!

ใบหน้างามป่องแก้มน่ารักด้วยความฉุน น่าเอ็นดูเหลือใจ ยิ่งเสียบสบถกังวานดั่งระฆังใส ได้สดับแล้วก็เกินจะโกรธลง แต่พอเห็นมัจฉานุชูนิ้วกลางให้อย่างห้าวหาญ ท้าวบพิตรแห่งบาดาลก็ออกกิริยารับไม่ได้

“อย่านะมัจฉานุ! ออกจะน่าเอ็นดูขนาดนี้ อย่าชูนิ้วกลางใส่ข้า! มันห้าวเกิ้น! นุ่งผ้าเสียให้เร็วด้วย! อย่าให้จินตนาการฝันหวานของข้าถูกทำลายไปมากกว่านี้อีกเลย!

สิ้นเสียง ไมยราพณ์ก็กลับหลังหันวิ่งหนีไปไวจนไม่เห็นฝุ่น นางจันทรประภาศรีจึงค่อยประคองกายขึ้นด้วยความช่วยเหลือของเด็กหนุ่มรูปงามเสียจนนางยักขินียังอาย

“ขอโทษแทนองค์บพิตรด้วยนะมัจฉานุ เขาก็เพี้ยนๆ อย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ”

ใบหน้าหวานส่ายเบาๆ อย่างไม่ถือโทษ

“มิเป็นไรดอกพระอัยยิกา ข้าเองก็เคารพรักพระบิดาตั้งแต่แรกเห็น แม้จะตาถั่วเห็นข้าเป็นผู้หญิงก็มิได้ทำให้ความเคารพรักหายไป ข้าจะตั้งใจศึกษาเพื่อคอยปกป้องดูแลพระบิดาให้เป็นจงดี โปรดวางใจเถิด”

กิริยางดงามและสติปัญญาเลิศล้ำเช่นนี้ นางจันทรประภาศรีก็ยังต้องนึกชมว่าแม้มหาบพิตรจะไม่มีตามองเอาเสียเลย แต่ก็ยังนับว่าได้ไข่มุกน้ำดีมาเป็นทายาทแล้ว เท่านี้เขาก็วางใจไปเปลาะหนึ่ง เพราะถึงจะหาเมียไม่ได้ แต่ก็มีคนสืบทอดบัลลังก์กรุงบาดาลได้แน่

เสียงเซ็งแซ่ของเหล่าเทวดาระคายโสตจนองค์อินทร์ต้องยุรยาตรออกมาจากวิมานชั้นดาวดึงส์แล้วปรายพระเนตรพันดวงมองดู เมื่อเทพเทวาน้อยใหญ่เห็นว่าพระอินทร์ทรงพิศดูจึงได้เงียบเสียงในที่สุด

“คุยอะไรกันเสียงดังแต่วัน”

องค์อมรินทร์ดำเนินไปยังรถแก้วเวไชยันต์ ราชรถในวิมานที่ส่องแสงแวววาวดั่งแสงพระอาทิตย์ มาตุลีซึ่งเป็นสารถีจึงเล่าความให้ฟัง

“พระอาญามิพ้นเกล้า เหล่าเทพบุตรเทพธิดาได้ยินข่าวมาว่าองค์วิษณุผู้เป็นใหญ่ในฝ่ายปราบปรามของสวรรค์ ได้เนรมิตกรุงลงกาใหม่ให้แก่ท้าวทศกัณฐ์งดงามไม่แพ้วิมานองค์อินทร์ในชั้นดาวดึงส์”

ได้สดับดังนั้น อสนีบาตก็แล่นปลาบลงบนพื้นโลกมนุษย์อย่างรุนแรง สักกะเทวราชอย่างเขามีวิมานที่งามไม่มีใดเทียม หากองค์วิษณุคิดจะเทียบทับด้วยการบันดาลกรุงลงกาของพงศ์ยักษ์ให้มาดับรัศมีวิมานอินทร์ องค์ก็จะต่อกรกลับด้วยการช่วยบันดาลเมืองให้พระรามแห่งวงศ์อโยธยาเสียแทน

“ข้าเกรงว่าพระรามมิได้อยู่เมืองพะย่ะค่ะ”

มาตุลีสารถีคู่ใจดักทางทันจนองค์อินทร์หน้าเจื่อน

“ชิชะ ถ้าอย่างนั้นเราก็จะยกรถแก้วเวไชยันต์นี้ให้พระรามเสียแล้วกัน รถทรงวิมานนี้งามมิมีใดเทียม เหล่ามนุษย์ใหญ่น้อยจะได้รู้เสียบ้างว่าการเป็นข้าองค์อินทร์ย่อมได้รับรางวัลงามยิ่งกว่าเชิดชูวิษณุ”

มาตุลียังคงหน้านิ่ง เหล่มองผู้เป็นนายอย่างเฉยชา รถแก้วเวไชยันต์เป็นทิพยานเลอค่าขนาดใหญ่โตมหึมา กงกำเจียระไนด้วยแก้วส่องประกายแวววาวเห็นได้ชัดแม้วิ่งอยู่ไกล บัลลังก์ประดับอัญมณีหาค่ามิได้จัดวางเรียงรายงดงาม ลามไปกระทั่งถึงบุษบกที่ยังคงส่องแสงระยับ ปักธงทิพย์เจ็ดชายปลิวไสวไล้ลู่ลมยามดำเนิน นอกจากนั้นม้าเทียมราชรถยังเกิดจากเทวบุตรพันองค์แปลงกาย จึงขับเคลื่อนได้ไวราวกับพระพายพัด

“แต่รถแก้วเวไชยันต์มีข้าขับได้อยู่คนเดียวนะพะย่ะค่ะ”

มาตุลีตอบหน้าเฉย องค์อินทร์จึงร้อนใจว่าหากขาดสารถีคู่ใจ เห็นจะไปไหนมาไหนลำบากโข แต่เมื่อลั่นวาจาไปแล้วย่อมกลืนน้ำลายที่ถ่มมิได้

“งั้น...ข้าจะให้พระรามยืมเจ้าไปด้วยแล้วกัน รถแก้วเวไชยันต์ข้ายกให้ แต่เจ้าต้องกลับมาเป็นสารถีให้ข้าเหมือนเดิมเมื่อเสร็จศึก เข้าใจไหม”

ฝ่ายมาตุลีรับบัญชา แท้จริงแล้วมาตุลีมิใช่เพียงสารถีทั่วไป แต่ยังเป็นอำมาตย์ใหญ่ลำดับหนึ่งแห่งองค์อินทร์ด้วย ด้วยความงามสง่า ผิวหน้าขาวนวลสวมมงกุฎน้ำเต้ากลม และเฉลียวฉลาดทว่าปากหนักไม่นำความน่าอายของนายไปบอกใคร จึงจัดว่าเป็นสารถีคู่ใจมาตลอด ครั้งนี้ได้รับบัญชาไปร่วมศึกพระรามก็เห็นจะไม่เลว ด้วยว่าทำหน้าที่ปรนนิบัติองค์อินทร์มาเสียนาน ได้หยุดพักไปเที่ยวเมืองมนุษย์บ้างก็คงจะสนุกดี

 

สวัสดีค่า ^_^

 

ไมยราพณ์มีฮาอีกแล้วค่ะ อุตส่าห์รับลูกบุญธรรมเสียดิบดี ที่แท้แอบเอามาตู่เป็นเมียไว้ไล่นางยักษ์นี่เอง แต่ถึงจะไม่ได้เมียก็ได้ทายาทแล้วนะคะท่านแม่ ท่าทางตาคนนี้คงไม่มีหวังเรื่องเมียๆ เท่าไหร่แล้วล่ะค่ะ ทีแรกคิดว่าเพี้ยนนิดๆ แต่ยิ่งเขียนยิ่งเพี้ยนขึ้นเรื่อยๆค่ะ ฮาแบบนี้คนเขียนชอบ

 

พระรามอยู่ดีๆ ก็ได้รถมาขี่เล่นซะงั้นคะ ส่งฝาอิชิตันรึเปล่าเนี่ย ได้รถหรูพร้อมคนขับเชียว ตอนอ่านก็รู้สึกว่าอุหู...รถอะไรเวอร์ซะไม่มี รสนิยมพระอินทร์เนี่ยอู้ฟู้เนอะ แต่ให้รถเฉยๆ ก็ขับไม่ได้ ต้องส่งคนขับมาให้อีก และมาตุลีก็จะมีบทบาทอีกพอสมควรค่ะ แบบว่าเรื่องจริงไม่ค่อยมีอะไรหรอก แต่อยากเขียนฉากพ่อแง่แม่งอนมั่งเลยต้องการตัวละครเพิ่ม เออเนอะ มันชักเหมือน Sweetฯ ขึ้นทุกทีค่ะ ตัวละครจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีคนได้กัน เอิ้กๆๆๆ เดี๋ยวเป็นอันได้จำกันไม่หวาดไม่ไหว

 

พบกันใหม่ตอนหน้านะค๊า

Comment

Comment:

Tweet

เพี้ยน555555555555555555 เพี้ยนไปอี๊กกกกกก

#14 By amp (110.168.168.32) on 2015-12-26 17:51

ถึงกับเอาว่าที่เมียไปไหว้เเม่ด้วยเลยทีเดียว=____=
กินเด็กกกกกโชตะค่อนนนนนนน

#12 By meceron on 2014-09-27 23:48

มัจฉานุน่ารักได้ใจเจ๊มากกกก!! โอ๊ยปลื้มยิ่งนัก ชู้นิ้วกลางระกาศความห้าวขนาดนี้ไมยราพณ์คืออัลไล! อ๊องไปแล้ววววว โอ๊ยคู๋นี่น่ารักมากบ๊องๆบวมๆ 55555555555555555+

#11 By monster zis on 2014-05-29 18:27

สงสัยอยู่อย่างนึงนะคะ
ถ้ามาตุลีกลับมาสวรรค์ แล้วใครจะขับรถแก้วนั่นได้อ่ะ
ในเมื่อเขาขับได้คนเดียว -.-'
สงสัยจริงๆนะ 555

#9 By Arisia (171.96.240.84|171.96.240.84) on 2014-03-29 02:43

ขอบคุณสำหรับตอนใหม่ค่ะ แหม..ท่าไมยราพณ์ทำเนียนนะคะ แต่ก็เสียท่ามัจฉานุเฉลยความจริงจนได้ เห็นแบบนี้แล้ว แววกลัวเมียนี่ชัดเจนมากๆเลยนะคะ อ๊ะ!ยังไม่ใช่นี่นา(จิ้นไกลไปหน่อย)
โหลดe-bookคุณบลูครบแล้ว อยากให้ทำSweetฯ เป็นe-bookจังเลยค่ะ เต็มใจรอโหลดแบบเสียตังค์ค่ะ big smile

#8 By fonacy (182.52.127.225|182.52.127.225) on 2014-03-21 00:18

กร๊ากกกกก
ได้ลาภลอย พระรามเนี่ยดวงดีมากกกกกอ่าาา
แหม  ไมยราพเนี่ยพี่บลูเขียนซะ ฮา ระเบิดเลย
อ่านไป ขำไป จนคนอื่นหันมามอง
big smile big smile big smile

#7 By (49.48.207.60|49.48.207.60) on 2014-03-20 19:22

นส่า่

#6 By (49.48.207.60|49.48.207.60) on 2014-03-20 19:20

ชอบอ่ะ  ตอนนี้ชอบมากเลย  ไม่ไหวล่ะ

#5 By doog (171.96.240.76|171.96.240.76) on 2014-03-20 15:05

เอาแล้วไง ไมยราพณ์เลี้ยงต้อยจริงด้วย 
มัจฉานุเอ๊ย...จะบอกว่าหนูน่ารักมุ้งมิ้งมันก็ใช่ แต่ชูนิ้วกลางใส่นี่อะไรคะลูก 55555

#4 By lulu-hanako on 2014-03-20 13:07

เป็นนิยายที่เข้ามาส่องทุกวัน และรอให้ พระรามกับทศกัณฐ์ พบกัน 5555555

#3 By LeLa (49.48.105.152|49.48.105.152) on 2014-03-20 10:17

โอ๊ย ไม่ไหวค่ะ ทั้งฟินทั้งฮา >[]< 555

#2 By G.Ren on 2014-03-19 21:47

รอดไปนะน้องลิงถ่านแต่ที่จะไม่รอดก็น้องลิงเผือกนะสิ ก็แหมผิวพรรณน้องนุมันฟ้องซะขนาดนั้นถ้าพ่อดอกมะลิรู้ก็แก้ตัวให้ดีก็แล้วกัน แต่แผนคุณยักษ์ม่วงที่จะเอาน้องนุมากันผู้หญิงคิดได้ไงแต่ก็ใช้ได้เลยฮาดีตอนที่น้องนุบอกว่าเป็นปู้ชาย ถึงกับจิตหลุดเลย เปลี่ยนใจได้น้าเค้ารอจิ้นอยู่ ส่วนน้องรามได้คนขับรถหล่อแบบนั้นแล้วอย่างนี้เฮียทศไม่หึงจนไม่ต้องรงต้องรบแล้วล่ะมั้ง พาไปลงกาทั้งแบบนั้นเลยดีไหม

#1 By momo (111.84.116.153|111.84.116.153) on 2014-03-19 20:12