กลางท้องพระโรงกรุงบาดาลคลาคล่ำด้วยเสนาใหญ่น้อยส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเซ็งแซ่ถึงกรณีพระรามดำเนินทัพวานรผ่านถนนสู่กรุงลงกา จนเมื่อเห็นว่ามหาบพิตรไมยราพณ์ดำเนินองค์ออกมาจากมณเฑียรที่ประทับและทรุดกายลงนั่งยังบัลลังก์ราชอาสน์ ที่ประชุมอมาตย์จึงหยุดนิ่งหันไปถวายพระพรโดยทั่วกัน

ไมยราพณ์นั่งอึดอัดอยู่บนราชอาสน์บรรยงก์ด้วยกิริยาไม่สู้สบายนัก ด้วยว่าเขาไม่ชอบอยู่ในที่ประชุมชนเท่าใด แต่เนื่องจากวันนี้มีวาระสำคัญที่ทัพพระรามกรีฑาผ่านถนนอยู่เหนือกรุงบาดาล ดังนั้นเสนาอำมาตย์จึงขอเข้าเฝ้าเพื่อทูลถามพระราชวินิจฉัย

“พระอาญามิพ้นเกล้า กระหม่อมทราบมาว่าบัดนี้ทัพวานรของพระรามดำเนินมาถึงกลางถนนแล้ว อีกไม่กี่ชั่วยามคงกรีฑาไปถึงเชิงเขามรกต”

จิตรไพรี หนึ่งในเสนายักษ์แห่งกรุงบาดาลกราบทูล

“แล้วอย่างไรล่ะท่าน”

ไมยราพณ์ถาม เขาไม่ได้ตั้งใจกวนประสาทแต่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าจะบอกทำไม