พญาเสือโคร่งกุมภกรรณมองซ้ายมองขวาไปที่ทัพโยธาแต่แปลกใจเมื่อไม่เห็นบุรุษที่เขากำลังค้นหา

“พระรามนายเจ้าไปไหนล่ะ ไม่เห็นรถแก้วเวไชยันต์เลยนี่”

กุมภกรรณเอ่ยถามขณะเดินเข้าไปยังพลับพลาที่ประทับของนายกองสุครีพ

“ท่านยังล่าสัตว์อยู่น่ะพี่โคร่ง อยู่กับองค์ลักษมัณและสารถีมาตุลี นี่ถ้าองค์มาเห็นทัพวานรเละเทะเข้ามีหวังข้าโดนลงโทษแน่ ดังนั้นคงต้องให้ทางพระรามล่าสัตว์ต่อไปก่อน หาทางจัดการเจ้าพวกลิงให้เป็นระเบียบแล้วค่อยเชิญองค์กลับมา”

ฝ่ายที่รับฟังก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ สถานการณ์แบบนี้มันเกินเยียวยาจริงๆ แต่สักพักเมื่อนึกถึงธุระที่พระเชษฐาไหว้วานขึ้นได้จึงเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“เฮ้! แล้วถ้าพวกลิงยังจัดแถวไม่เสร็จ เจ้าก็จะไม่เชิญพระรามกลับมาอย่างนั้นรึ”

สุครีพพยักหน้าพร้อมกับเปิดบานประตู เชิญผู้มาเยือนเข้ายังห้องหับส่วนตัว

“แน่สิพี่โคร่ง คงต้องรอให้เจ้าพวกลิงดื่มกินกันจนเต็มที่เสียก่อนแล้วนอนพักใหญ่อีกสักงีบ ตื่นขึ้นมาคงจะยอมฟังคำสั่งให้เด็กผลลูกไม้เก็บไว้เป็นเสบียง และเมื่อได้เสบียงจึงจะไปทูลให้องค์รามกลับมานำทัพต่อ น่าจะอีกหลายชั่วยามอยู่”

พญาเสือโคร่งปวดหนึบขึ้นมาที่ขมับทันที หากพระเชษฐาทศกัณฐ์ทราบ จากที่อุตส่าห์สั่งให้เนรมิตป่าเพื่อให้พระรามดำเนินทัพไปลงกาได้เร็วขึ้น ครั้งนี้คงได้สั่งเผาป่าให้ราบเป็นแน่

“ถ้าข้าหาวิธีให้เจ้าพวกลิงอยู่นิ่งได้ เจ้าจะว่าอย่างไร”

สุครีพได้ยินข้อเสนอก็ดีใจเป็นล้นพ้น พญาวานรกระโดดกอดแผงคอและจูบเข้าที่แก้มขนปุยอย่างรักใคร่