เสียงบานทวารเปิดออก แม้แผ่วเบาแต่ก็ปลุกให้พญายักษ์กุมภกรรณลืมเนตรขึ้นได้อย่างเชื่องช้า ความปวดบริเวณแขนซ้ายซึ่งพันผ้ายันต์ไว้ยังคงปลาบแปลบมิหาย เมื่อดวงเนตรกวาดมองออกไปยังนอกบานบันชรจึงเห็นว่าแสงจันทร์ยังคงสาดนวล ยามนี้คงเพิ่งผ่านย่ำค่ำไปไม่นาน

“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า”

เสียงบุรุษทุ้มนุ่มทำให้เจ้าของห้องเตรียมลุกขึ้นมาถวายพระพร

“พระเชษฐา ข้านึกว่าท่านไปบรรทม...”

ใบหน้าที่ปรากฏทำให้การทักทายขาดเพียงครึ่ง บุรุษเบื้องหน้ามิใช่เชษฐาทศกัณฐ์ดังที่ดำริ แต่กลับกลายเป็นวานรกายสีชาดยืนสงบอย่างสง่างาม ดวงหน้าฉาบความอาทรและห่วงหาเหลือประมาณ

“เจ้าลิงครั่ง...ไม่สิ นายทัพสุครีพ ท่านมาได้อย่างไร”

พญาวานรคลี่ยิ้มบางเบา เขาดำเนินตรงไปนั่งเคียงข้างร่างที่จ้องมองอย่างตกตะลึงบนแท่นบรรทม มือเล็กพยายามผลักให้ร่างสูงใหญ่ที่เอนกายขึ้นมากลับลงไปนอนพักผ่อนเช่นเดิมแต่ก็ดูจะไม่เป็นผล ด้วยว่ากิริยาตื่นตะลึงสาปให้พญากุมภกรรณนิ่งงันดั่งศิลา

“เอนหลังลงเถิดท่าน”

“หรือข้ากำลังฝัน...”

พญายักษ์ยังคงเหลือกดวงตามองอย่างไม่เชื่อ กิริยาเช่นนี้ทำให้สุครีพระลึกย้อนถึงตอนบุรุษเบื้องหน้ากลายองค์เป็นพญาเสือโคร่งและอ้าปากเหวอเมื่อได้เห็นเขาทำอะไรเปิ่นเป๋อก็นึกเอ็นดูใจจนลอบขบขันออกมาอย่างน่ารัก

“ใช่แล้ว ท่านกำลังฝันอยู่พี่โคร่ง เอ๊ย! พระยากุมภกรรณยักษา ข้าเพียงแต่ต้องการมาขอขมาในความผิดร้ายแรงที่ได้กระทำ”

ดวงเนตรวานรปรายมองยังผ้ายันต์ที่พันรอบรอยต่อแขนซึ่งเขาฟันเสียขาดสะบั้นกับมือก็สลดอาลัยยิ่งนัก ยิ่งพญายักษ์ได้เห็นดวงหน้าวานรหนุ่มสลดราวกับผ