เสียงบานทวารเปิดออก แม้แผ่วเบาแต่ก็ปลุกให้พญายักษ์กุมภกรรณลืมเนตรขึ้นได้อย่างเชื่องช้า ความปวดบริเวณแขนซ้ายซึ่งพันผ้ายันต์ไว้ยังคงปลาบแปลบมิหาย เมื่อดวงเนตรกวาดมองออกไปยังนอกบานบันชรจึงเห็นว่าแสงจันทร์ยังคงสาดนวล ยามนี้คงเพิ่งผ่านย่ำค่ำไปไม่นาน

“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า”

เสียงบุรุษทุ้มนุ่มทำให้เจ้าของห้องเตรียมลุกขึ้นมาถวายพระพร

“พระเชษฐา ข้านึกว่าท่านไปบรรทม...”

ใบหน้าที่ปรากฏทำให้การทักทายขาดเพียงครึ่ง บุรุษเบื้องหน้ามิใช่เชษฐาทศกัณฐ์ดังที่ดำริ แต่กลับกลายเป็นวานรกายสีชาดยืนสงบอย่างสง่างาม ดวงหน้าฉาบความอาทรและห่วงหาเหลือประมาณ

“เจ้าลิงครั่ง...ไม่สิ นายทัพสุครีพ ท่านมาได้อย่างไร”

พญาวานรคลี่ยิ้มบางเบา เขาดำเนินตรงไปนั่งเคียงข้างร่างที่จ้องมองอย่างตกตะลึงบนแท่นบรรทม มือเล็กพยายามผลักให้ร่างสูงใหญ่ที่เอนกายขึ้