เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งอ้าปากเหวอจนข้าวแทบร่วงจากปากเมื่อเห็นบุคคลที่คาดไม่ถึงอยู่ตรงหน้า ระหว่างตั้งสำรับมื้อกลางวันที่ศาลาริมน้ำเช่นเคย ไกรทองที่เพลินอยู่กับการกินก็ได้รับแจ้งจากนางบ่าวว่ามีแขกจากนนทบุรีมาขอพบเขา นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนที่ทำให้กลืนข้าวไม่ลงได้เลยทีเดียว

“อ...อาจารย์คง”

“เออสิวะ ไอ้ไกร”

ชายสูงวัยรูปร่างสูงใหญ่มีผิวกายอัดแน่นไปด้วยรอยสักสีดำสนิทน่าครั่นคร้ามทั่วทั้งตัว แม้อายุอานามจะเข้าวัยสี่สิบปีแล้วแต่วิชาอาคมแก่กล้าและฝีมือด้านบู๊ที่ไม่เป็นรองใครทำให้ใบหน้าและร่างกายยังคงกำยำน่าเกรงขามและอ่อนกว่าวัยอยู่โขราวกับเป็นพี่ชายของไกรทองก็ไม่ปาน ด้วยรูปร่างเล็กปราดเปรียวและใบหน้าเหี้ยมประดับแนวกล้ามเนื้อกับบาดแผลรอบตัวเป็นเครื่องยืนยันความเป็นหมอจระเข้เลืองนามที่มีฝีมือเป็นเลิศไม่มีใครในแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขาไม่ได้สวมชุดยันต์สีแดงเช่นไกรทองแต่กลับสวมเสื้อผ้าป่านบางและขัดโจงกระเบนเหน็บสั้นพร้อมทั้งสะพายย่ามไว้ข้างกาย ลำคอมีลูกประคำปลุกเสกซึ่งเปี่ยมอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าของที่ให้ลูกศิษย์ยืมมา เบื้องหลังเหน็บหอกยาวที่พันทับไว้ด้วยผ้าฝ้าย ไรคิ้วขมวดมุ่นขึงขังราวกับจอมขมังเวทย์ ยิ่งเมื่อพิจารณาดวงตาดุดันก็ยิ่งน่าครั่นคร้ามไม่ต่างจากเผชิญหน้ากับจระเข้

“ได้ข่าวมาว่าเอ็งเสียท่าชาละวัน”

อาจารย์ทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง เด็กหนุ่มจึงจัดแจงคดข้าวใส่ใบตองยื่นให้พร้อมกับยกขันน้ำใบเล็กมาวางเป็นอย่างดี

“อาจารย์ได้ยินไม่ผิดหรอก ข้าคิดว่าจะกลับนนทบุรีเสียดีกว่า อย่าปราบมันเลย เดี๋ยวมันก็แก่ตายไปเองแหละ”

“ไอ้ปอดแหกนี่!

อาจารย์ยกมะเหงกขึ้นเคาะกะโหลกเด็กหนุ่มจนเสียงดังลั่น

“อูย...อะไรล่ะอาจารย์”

“ถ้าเอ็งปราบไม่ได้ ข้าจะไปปราบให้เอง”

“หา...อาจารย์อยากได้ลูกสาวเศรษฐีคำเป็นเมียขนาดนั้นเชียว”

อีกฝ่ายเงื้อมือจะเขกกบาลอีกรอบจนเด็กหนุ่มหลบพัลวัน

“ไอ้นี่ลามปาม ข้าน่ะดูแลเอ็งมาเหมือนลูกเหมือนหลาน พอได้ยินว่าเอ็งเสียท่าก็เลยจะรีบมาช่วย ขืนเอ็งตายไปก็ไม่มีใครดูแลสำนักหมอจระเข้ต่อสิวะ”

“แต่ถ้าอาจารย์ตายจะแย่กว่าน่ะสิ”