หลังงานศพของท้าวรำไพอัยกาในราชาแห่งถ้ำทองพญากุมภีล์ชาละวันผ่านพ้น ชาละวันก็เก็บตัวในถ้ำลึกเพื่อบำเพ็ญศีลตลอด 7 วันโดยไม่ออกมาพบเจอใคร นางวิมาลาและตะเภาทองจัดแจงบัญชาให้เหล่าโยธาตั้งรับเตรียมพร้อมหากว่าหมอจระเข้บุกลงมาในเวลานี้ พวกหล่อนร้อนใจเหลือเกินที่พี่หญิงใหญ่ซึ่งเคยเป็นผู้บัญชาการไม่อยู่

“ทำอย่างไรดีตะเภาทอง ข้าห่วงพี่หญิงเหลือเกิน”

วิมาลากระซิบ ฝ่ายตะเภาทองที่ยังคงนิ่งสงบก็พิจารณาอย่างรอบคอบ เมื่อเกิดปัญญาหล่อนจึงหันไปสบใบหน้างามที่กำลังตระหนกตื่น

“วิมาลา ข้าว่าจะขึ้นไปบนฝั่งแล้วตามหาพี่หญิง เจ้าอยู่ที่ถ้ำทองนี่คนเดียวได้ไหม อย่างน้อยข้าเป็นมนุษย์ยามขึ้นไปคงไม่มีใครฆ่าข้าได้ หากไม่กลับมาก็จงรู้ไว้ว่าข้าไม่ได้ทอดทิ้งเจ้าไว้กับชะตากรรม แต่เป็นเพราะข้าได้สิ้นชีพไปแล้ว”

“ตะเภาทอง!

วิมาลาหน้าตื่น อีกฝ่ายก็ได้เพียงยิ้มงามอย่างไม่ร้อนใจ

“หากต้องตกเป็นของชายอื่นข้าก็ยินดีตาย เมื่อได้เป็นเมียเจ้าพี่แล้ว ได้อยู่กับพี่หญิงและเจ้าแล้ว ข้าก็ไม่ปรารถนาจะใช้ชีวิตที่เหลือกับใครอื่นอีก”

นางวิมาลาได้ยินดังนั้นก็ถึงกับร่ำไห้ หล่อนโอบกอดเพื่อนสาวไว้แน่นราวกับจะจากลา ตะเภาทองเองก็กอดร่างสั่นเทาของสหายรักไว้เช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นข้าฝากเจ้าตามหาพี่หญิง...”

“ไม่ต้องตามหาข้าหรอก”

เสียงนุ่มหวานชดช้อยเอ่ย ร่างนางเลื่อมลายวรรณที่งามหมดจดปรากฏขึ้นตรงหน้าพาให้เมียรองทั้งสองแทบไม่เชื่อสายตา พวกหล่อนตรงเข้าไปโอบกอดและซบบนเนินอกอวบอิ่มพลางร้องไห้จ้าอย่างยินดี

“พี่หญิงปลอดภัย!

เลื่อมลายวรรณโอบแขนงามปลอบขวัญน้องหญิงทั้งสอง ดวงตาทรงเสน่ห์กรีดไปรอบกายก็ไม่เห็นภัสดาที่หล่อนมองหา

“เจ้าพี่ชาละวันล่ะ” หล่อนเอ่ยถาม

“เจ้าพี่จะถือศีลขังตัวอยู่ในถ้ำไม่พบใคร 7 วันเพื่อฟื้นพลังเจ้าค่ะ”

วิมาลารายงาน เลื่อมลายวรรณได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสองแพร่งอยู่ในใจ หากภัสดาของหล่อนฟื้นพลังได้สำเร็จคงไม่พ่ายให้กับหมอจระเข้ที่บาดเจ็บสองคนหรอก แต่สำหรับขุนขาณคีรินทร์อาจจะลำบากไปบ้าง เมื่อใคร่ครวญเป็นการดีหล่อนจึงเชิญให้เมียรองทั้งสองนั่งลง

“ฟังข้านะวิมาลา ตะเภาทอง”

“จ้ะพี่หญิง”

นัยน์ตาพราวของทั้งสองพาให้เลื่อมลายวรรณตาพร่า หล่อนแสนละอายแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้นางทั้งสองที่หล่อนรักใคร่เอ็นดูต้องตกอยู่ในมือหมอจระเข้เถื่อนได้

“หากเจ้าพี่ชาละวันพลาดพลั้ง เจ้าสองคนจงไปหาองครักษ์ของออกหลวงขาณคีรินทรเทพและจงให้องครักษ์ทั้งสองดูแลเจ้าเสียแทน พวกนั้นเป็นสุภาพบุรุษ จะต้องดูแลพวกเจ้าได้อย่างแน่นอน”

หญิงสาวทั้งสองเหลือกตาอย่างตกใจ

“ท...ทำไมพี่หญิงจึงพูดเช่นนี้ทั้งที่เจ้าพี่ชาละวันยังไม่ตายล่ะเจ้าคะ!” วิมาลาแทบสติแตก

ฝ่ายตะเภาทองก็ดูหน้าสลดลงไปอย่างชัดเจนแต่เมื่อตั้งสติได้ก็เงยหน้าขึ้นมาปรารภต่อ

“ข้าไม่ต้องการเป็นเมียใครอีก หากเจ้าพี่ชาละวันสิ้นบุญ ข้าก็จะ...”

“อย่าพูดอย่างนั้น! จงรักษาชีวิตเอาไว้และกอบกู้ชื่อวงศ์กุมภีล์แห่งลุ่มน้ำพิจิตรให้ได้ แต่เรื่องนี้ข้าก็เพียงมาพูดไว้ก่อนเพราะหากเจ้าพี่ชาละวันเอาชนะศึกนี้ พวกเราคงได้กลับมาอยู่อย่างสงบสุขเหมือนเดิม”

เลื่อมลายวรรณเดิมพันครั้งสุดท้ายด้วยสีหน้ามั่นใจทั้งที่น้ำเสียงแสนโศกเหลือเกิน

“ข้าว่าอาจารย์กลับนนทบุรีไปเถอะ”

ไกรทองเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เขาเอนกายนอนทอดดวงตามองจันทร์เสี้ยวนอกห้องที่เริ่มลอยสูงขึ้นจนพ้นยอดไม้ ไม่ไกลนักคืออาจารย์คงที่นอนหลับตาแต่ไม่อาจข่มใจให้หลับได้

ชายสูงวัยลืมตาขึ้นกลางความมืด

“เอ็งจะกลับไปกับข้าไหม”

“แล้วชื่อสำนัก...”

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ หากมีชีวิตอยู่ก็ยังรอกู้ชื่อได้ แต่ถ้าเอ็งตายไปก็ไม่มีใครเหลือจะกู้ชื่อให้สำนักอาจารย์คงอีกแล้ว ถ้าเอ็งยอมกลับไปกับข้า ข้าก็จะกลับด้วย”

เด็กหนุ่มถึงกับลุกพรวดขึ้นด้วยรอยยิ้มระบายหน้า เขาคลานเข้าไปกุมแขนอาจารย์ที่ขาดเพียงข้อมือและประณตไว้เหนือศีรษะอย่างยินดี

“ข้า...ข้าจะกลับไปกับอาจารย์ พรุ่งนี้เราออกเดินทางกันแต่เช้าเลยนะ”

“เจ้าเด็กบ้า เอ็งรอข้าไปลาเศรษฐีคำเสียก่อนเถอะ”

“ได้จ้ะอาจารย์ ข้าจะได้ไปลาพี่ขาลด้วย”

“พี่ขาล?

“ออกหลวงไงจ๊ะ”

อาจารย์คงถึงกับเหลือกลืมตาด้วยความตกใจ เขาจำฉากรักร้อนสวาทของออกหลวงและไกรทองได้ดี แน่นอนว่าหากปล่อยให้เด็กหนุ่มไปหาออกหลวงเพื่อแจ้งข่าวการกลับนนทบุรี ชายผู้นั้นอาจจะใช้ไสยศาสตร์ร่ายมนต์ให้ไกรทองไม่ยอมกลับก็เป็นได้ เช่นนั้นแล้วการที่เขาสู้อุตส่าห์อดทนอับอายเอ่ยปากยอมกลับนนทบุรีโดยทิ้งชื่อสำนักลงชายคลองที่พิจิตรนี่จะมีประโยชน์อย่างไร

“ข้าว่า...เอ็งไปตรวจตราริมน้ำเสียดีกว่า พวกชาวบ้านจะได้ไม่สาปส่งไล่หลังว่าเราทิ้งไปเฉยๆ ทั้งที่ยังปราบชาละวันไม่ได้”

ชายสูงวัยอ้าง

เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ตอบรับอย่างไม่ค่อยมั่นใจ เขาไม่อยากไปใกล้น้ำนักด้วยว่าหากได้เห็นศาลาริมน้ำที่เคยพลอดรักกับชาละวันคงไม่อาจหักใจได้ แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของอาจารย์ก็ยินดีปฏิบัติโดยไม่ขัด

รุ่งเช้ายามฟ้าแจ้งตะวันแดงลอยยังไม่พ้นยอดไม้ สายลมเย็นสบายและเสียงนกร้องยามเช้าชวนให้การสนทนาบนศาลาริมน้ำแสนเพลินใจ ไกรทองตรวจตราริมน้ำตามคำสั่งของอาจารย์คงและบังเอิญโชคดีได้พบกับออกหลวงซึ่งเพิ่งตื่นนอนมานั่งเล่นริมน้ำเช่นกันจึงสบโอกาสดีสำหรับการแจ้งข่าว

“จะกลับแล้วหรือ เดินทางปลอดภัยนะ”

บุรุษสูงใหญ่เอ่ยอย่างเมตตา ฝ่ายไกรทองก็พนมมือแนบไหว้ไปที่แผ่นอกกว้างของออกหลวงและอีกฝ่ายก็ไล้เส้นผมบนศีรษะของเด็กหนุ่มตอบด้วยความเอ็นดู

“พี่ขาลมาที่ศาลานี่แต่เช้า หรือว่าจะมารอชาละวันจ๊ะ”

“หืม...คิดว่าเรามารอพญากุมภีล์อย่างนั้นหรือ ที่ถามแบบนี้เพราะเจ้าเองก็...”

“จ้ะ ข้าอยากมาดูเผื่อว่าจะได้เจอชาละวันเป็นครั้งสุดท้าย ข้ารักมัน แล้วข้าก็รู้ด้วยว่าพี่ขาลรักมันเหมือนกัน”

ออกหลวงถึงกับทำหน้าไม่ถูก เขานิ่งอยู่นานเพราะนึกไม่ออกว่าควรจะพูดอย่างไรต่อไป คำพูดเมื่อครู่ช่างแทงเข้ากลางใจเสียจนจุก

“เจ้า...เข้าใจอะไรผิดไป...”

“ถ้าพี่ขาลไม่ได้รักมันข้าคงไม่ยอมให้พี่ได้เยดมันหรอก ข้าเข้าใจดีว่าพี่ก็อยากได้มันเป็นเมียเพราะข้าเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน แต่ชาละวันมันรักข้า มันไม่ได้รักพี่”

บุรุษสูงใหญ่ถึงกับนิ่งค้างอยู่นาน เขาผ่อนลมหายใจและหัวเราะแผ่วเบาก่อนจะก้มใบหน้าลงซบกับฝ่ามือ เป็นกิริยาหนีความอายที่ไกรทองนึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นจากนายทัพผู้เกรียงไกรแห่งนครชุม

“พี่ขาลรักชาละวันตั้งแต่เมื่อไร พร้อมกับข้าเลยเหรอ”

ไกรทองเอนหลังอย่างสบาย เขาเห็นว่าบทสนทนานี้คงยาวเป็นแน่จึงได้รอฟังอย่างตั้งใจ

“เปล่า เราเคยพบชาละวันครั้งแรกนานมาแล้ว ตอนนั้นพญากุมภีล์ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มเลือดร้อน เจ้านั่นช่วยคู่หมั้นคือนางเลื่อมลายวรรณฆ่าทหารในบัญชาของเราเพราะหล่อนแสร้งฟ้องไปว่าเป็นผัวเก่าหล่อน ท่าทางอวดดีหยิ่งทะนงกับความงามเหนือมนุษย์ทำให้เราจำติดตาจนมองเห็นหน้างามๆ นั่นในฝันแทบทุกคืน”

ชายหนุ่มเฉลย เขาไม่คิดจะเล่าเรื่องนี้ให้ผู้ใดฟังแต่ดูเหมือนสินกับแสงที่ต้องฟังเขาเล่าถึงความสง่างามชวนหลงใหลของพญากุมภีล์วัยหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าอาจจะรู้อยู่แล้วว่ายอดปรารถนาของเขาคือใคร

“พี่ขาลเลยมาจากนครชุมเมื่อได้ยินข่าวชาละวันหรือจ๊ะ”

“อืม”

เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างเป็นสุขเมื่อได้รู้ว่าบุรุษที่เขาชื่นชมผู้นี้ก็มีความรักให้กับเมียรักของเขาเช่นกัน เขาทอดดวงตามองท้องน้ำอย่างสงบเช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่สูดสายลมสดชื่น

“จะลงไปลาพญากุมภีล์เสียหน่อยไหม”

ออกหลวงเอ่ย ฝ่ายเด็กหนุ่มได้ฟังก็ถึงกับกระสับกระส่ายพูดไม่ออก

“ต...แต่ข้าไม่ได้หยิบเทียนระเบิดน้ำมา”

“เรามีพระซุ้มกอ”

ออกหลวงดึงพระซุ้มกอใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ที่ห้อยอยู่ปลายสร้อยทองคำเส้นโตออกมาจากเสื้อโปร่งบาง เขานิ่งรอคำตอบจากไกรทองซึ่งอีกฝ่ายก็ครุ่นคิดด้วยใจระทึก เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองบุรุษสูงใหญ่อีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ

“พี่ขาล ถ้าข้าไม่ได้กลับขึ้นมา...”

“เราจะแจ้งกับอาจารย์คงว่าเจ้าไปต่อสู้กับชาละวันอย่างสมศักดิ์ศรี ให้อาจารย์กลับนนทบุรีไปได้เลย ส่วนเจ้าเองก็จงเลือกเอาว่าจะสู้จนตัวตายหรือจะใช้ชีวิตในถ้ำทอง”

เด็กหนุ่มได้ฟังดังนั้นก็คลี่ยิ้ม เขาพนมมือประณตไหว้งามแนบอกออกหลวงอีกครั้ง บุรุษสูงใหญ่ก็คลี่ยิ้มอาทร เขาโอบใบหน้าคมเข้มเข้ามารับจุมพิตเพียงเล็กน้อยที่ริมฝีปากราวกับสั่งลา

“หากได้เจอพญากุมภีล์ เราฝากจุมพิตเมื่อกี้ไปด้วย”

“อ้าว แล้วพี่ขาลไม่ลงไปด้วยหรือ”

บุรุษสูงใหญ่ส่ายหน้า เขาร่ายคาถาบูชาพระซุ้มกอจนธารน้ำแหวกออกเป็นเหวกว้างเผยให้เห็นเส้นทางลงสู้ถ้ำทองอย่างชัดเจน ไกรทองกระชับหอกสัตตโลหะที่แขวนไว้เบื้องหลังก่อนหันมายิ้มลาและก้าวเดินลงไปอย่างมั่นใจ

เมื่อสายน้ำกลับคืนเป็นม่านธาราอีกครั้ง บุรุษสูงใหญ่ที่ทอดดวงตามองลึกลงไปในธารน้ำใสก็คลี่รอยยิ้มขึ้นมา เป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ผู้ได้เห็นคือศัตรูที่เขาบั่นคอเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดได้เห็นรอยยิ้มนี้แล้วจะยังมีชีวิตต่อไปได้ แท้จริงแล้วเขากับนางเลื่อมลายวรรณตกลงกันได้ด้วยดี หล่อนเป็นสายแจ้งให้เขาทราบว่าบัดนี้พญากุมภีล์บำเพ็ญศีล 7 วันเพื่อฟื้นพลังในถ้ำลึกไม่ปรากฏกายให้ใครเห็น ดังนั้นในยามนี้ไกรทองคงลงไปพบแต่เหล่าโยธาในถ้ำทองกับบรรดาเมียเท่านั้น

ไม่ว่าไกรทองจะเป็นฝ่ายปราชัยหรือเมียทั้งสามจะเป็นฝ่ายพลาดท่าตายเสียแทน เขาก็ยังยินดีเป็นที่สุด

อาจารย์คงกล่าวลาเศรษฐีคำพร้อมกับคำขออภัยอีกกระบุงโกย ฝ่ายเศรษฐีคำเองเมื่อเห็นว่าขนาดหมอจระเข้ชื่อดังอย่างอาจารย์คงยังถอนตัวก็ชักเริ่มเสียจริต เขาผุดลุกผุดนั่งอย่างร้อนใจจนเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของออกหลวงเดินเข้ามาบนเรือนจึงได้แต่ภาวนาว่าออกหลวงอย่าถอนตัวอีกคนเลย

“อ...ออกหลวง ท่านคงไม่ได้มาแจ้งว่า...”

“ข้ายังคงรับปากจะปราบชาละวันให้เช่นเดิม เศรษฐีคำ”

อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็ผ่อนลมหายใจโล่งอก

บุรุษสูงใหญ่ปรายมองเห็นอาจารย์คงก็โน้มศีรษะทักทาย เขาเชิญชายสูงวัยออกไปนั่งสนทนานอกเรือนเพื่อไม่ให้เศรษฐีคำหรือใครในเรือนได้ยินเพื่อแจ้งว่าไกรทองไม่อาจตัดใจจากศึกนี้ได้จึงลงไปหาชาละวันที่ถ้ำทองแล้ว

ฝ่ายอาจารย์คงได้ยินก็หน้าถอดสีแทบจะทันที

“ทำไม...ก็มันบอกว่า...”

“ท่านเลี้ยงลูกมาอย่างดีเหลือเกินท่านอาจารย์ เด็กหนุ่มคนนั้นไม่อาจทนเห็นใครว่าร้ายอาจารย์ว่ามีศิษย์ขี้ขลาดจึงได้จัดแจงดำเนินศึกสุดท้ายด้วยตัวเอง ท่านก็โปรดกลับไปดูแลสำนักต่อเถิด”

ออกหลวงสรุปแต่ดูเหมือนอาจารย์คงไม่ยินยอมตามนั้น

“ข้าจะลงไปช่วยมัน”

“อย่าเลยท่านอาจารย์ สภาพร่างกายท่านตอนนี้...”

“ออกหลวงจงใจกักขังมันเอาไว้เพราะมีใจพิศวาสรักใคร่มันใช่หรือไม่!

ท่าทางเดือดดาลของอาจารย์คงดูจะเกินคาดแต่ก็ไม่เกินความเป็นไปได้ เขารู้ดีว่าตนเองจงใจเล่นบทรักกับไกรให้ดูในวันนั้นเพราะหวังว่าอาจารย์คงจะลากตัวไกรทองกลับนนทบุรีไปเสีย แต่ในเมื่อไม่เห็นว่าชายสูงวัยจะดำเนินการตามที่เขาประสงค์ เขาจึงต้องละทิ้งแผนเดิมไปแล้วคิดหาทางกำจัดหมอจระเข้ใหม่

“ท่านอาจารย์เข้าใจผิดแล้ว ไกรเป็นเพียงเด็กหนุ่มไม่ประสาที่แค่อยากรู้ว่าหากมีเมียต้องทำอย่างไรข้าจึงอนุเคราะห์สอนให้เสียเท่านั้น”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงข้าก็จะลงไปถามไอ้ไกรด้วยตัวเอง!

“ท่านอาจารย์จะลงไปอย่างไร แล้วหอกสัตตโลหะของท่านติดไปกับโคนขาพญาชาละวันไม่ใช่หรือ ลูกประคำปลุกเสกก็เช่นกัน”

“ข้ายังมีเทียนระเบิดน้ำเหลืออยู่”

ออกหลวงสดับดังนั้นจึงผายมือเปิดทางไปยังท่าน้ำให้ อาจารย์คงจึงดิ่งตรงไปจุดเทียนระเบิดน้ำโยนลงคลองเกิดเป็นเสียงดังสนั่นก่อนจะรีบรุดลงไปยังถ้ำทองอย่างรวดเร็ว

สวัสดีค่า ^_^

เมื่อเที่ยงท่านอู๊สคุงโทรมาบอกว่าคืนนี้ (ของที่อังกฤษ) จะกลับแล้วค่ะ น่าถึงถึงไทยค่ำวันพรุ่งนี้ ผ่านมาอาทิตย์นึงตั้งแต่ Blueฯ กลับมาก่อนไม่ทราบว่าเหงาที่ไม่มีเพื่อนเล่นด้วยหรือเขียนนิยายดราม่ามากเกินไป อารมณ์มันหงอยๆ พิกล ขนาดเมื่อวานซืนได้แรงบันดาลใจล้นหลามจากท่าน Random ลองเขียนสามก๊กดู เขียนออกมาก็ดราม่าน้ำตาท่วมเบ้าค่ะ เมื่อคืนนอนคิดว่าอยากเขียนนิยายตลกๆ เผื่ออารมณ์จะดีขึ้นแต่องค์ไม่ลงเลยค่ะ กินข้าวก็ไม่ลงเหมือนกัน หรือว่ากำลังจะมีประจำเดือนเนี่ย (สาเหตุที่พบบ่อยของความแปรปรวนทางอารมณ์ของผู้หญิง)

ครึ่งตอนนี้เลื่อมลายวรรณได้รับการปล่อยตัวแล้วค่ะ ออกหลวงแกมีแผนการร้ายในใจอยู่แน่ๆ ไม่งั้นไม่มีทางปล่อยคนสวยกลับไปง่ายๆ หรอก ไกรทองเองจากมาดเด็กบ้านนอกเซ่อๆ ซ่าๆ งวดนี้ดันพูดจาเป็นผู้ยั๊ยผู้ใหญ่เหมือนรู้ใจออกหลวง มีการอนุญาตให้แชร์เมียกันได้แต่บอกก่อนว่าชาละวันไม่ได้รักตะเองหรอก ให้รู้ซะมั่งว่าใครเป็นสามีหลวงใครเป็นสามีน้อย ออกหลวงถึงกับเถียงไม่ออกเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าไกรพูดมากไปรึเปล่าเพราะออกหลวงดูเต็มใจเปิดทางไปถ้ำทองให้เลยค่ะ มีแผนร้ายอีกล่ะสิตานี่ ไกรอย่าประมาทน๊า!

ตอนหน้า (กำลังคิด) ก็น่าจะวนเวียนอยู่กับดราม่าค่ะ เสียเลือดมามากแล้วต้องเปลี่ยนมาเสียน้ำตาบ้าง สามก๊กลองเขียนไปพักนึกก็สนุกมือดีค่ะแต่มันออกแนวเศร้าๆ SM บอกไม่ถูก ท่านใดมีแรงบันดาลใจอื่นๆ ก็แวะเวียนมาแจ้งได้นะคะ อย่างวันนี้ไปซุเปอร์มาร์เก็ตเห็นชิกุวะ (ลูกชิ้นปลาหมึกหลอด) กับลูกชิ้นปลาแผ่นทอด (ที่ใช้ทำโอเด้ง) เลยเกิดจินตนาการขึ้นมาว่าถ้าให้ชิกุวะจับกดลูกชิ้นปลาทอดขึ้นมา ลูกชิ้นปลาทอดจะสู้ตายมั้ยนะ ชิกุวะมีรูซะด้วยสิ โดนลูกชิ้นปลาทอดเสียบแน่เอ็ง (คิดไปนั่น)

ท่าทางจะติสแตกอยู่จริงๆ ค่ะ พบกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะ

(ภาพที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง แค่อยากกินและอยากจิ้นค่ะ)

Comment

Comment:

Tweet

เราคิดว่า
ไกร - ลูกชายที่มีแฟนหนุ่ม
ชาละวัน - แฟนหนุ่มผู้ยอมรับและรุก
พี่ขาล - รุ่นพี่แสนดีผู้สอนเรื่องต่างๆให้รุ่นน้อง
อ.คง. - คุณพ่อหวงลูก<<<<<<เราเชียร์ให้โดนพี่ขาลจับกด-----
มโนไปไกล ธีมประมาณรักใสๆของไกรในรั้วโรงเรียน. //ขอให้แฮปปี้เอนด์นะคะ อย่าได้ดราม่าจนมีใครตายเลยToT

#1 By ME (114.109.41.164|114.109.41.164) on 2015-05-20 18:29