เสียงเด็กชายวิ่งเล่นและสาดน้ำใส่กันบริเวณลานกว้างริมท่าน้ำของหมู่บ้านดงเศรษฐี แขวงเมืองพิจิตร ท่ามกลางแสงแดดจัดที่แผดแรงของเดือนเจ็ดซึ่งเป็นเดือนประจำปีใหม่ไท พื้นที่ครึ่งหนึ่งของเรือนเศรษฐีคำบัดนี้ได้กลายเป็นสำนักหมอปราบจระเข้ที่ดูแลโดยศิษย์เอกของอาจารย์คงนามว่าไกรทอง หลังจากปราบชาละวันสำเร็จและสามารถนำนางตะเภาทองบุตรสาวของเศรษฐีคำกลับมาได้ ไกรทองก็ได้รับสมบัติครึ่งหนึ่งและได้นางตะเภาแก้วกับนางตะเภาทองเป็นเมีย พร้อมกับนางวิมาลาซึ่งตกพุ่มม่ายหลังการจากไปของภัสดา

ทว่าเด็กหนุ่มขอยกนางตะเภาทองและนางวิมาลาให้เป็นเมียของสินและแสง องครักษ์ทั้งสองของออกหลวงขาณคีรินทรเทพ ถือเป็นค่าทำขวัญที่ไม่อาจส่งออกหลวงคืนแก่ทัพนครชุมได้ ในภายหลังสินและแสงจึงกลับไปรับราชการต่อที่นครชุมแต่ทัพนครชุมที่ไร้ออกหลวงขาณคีรินทรเทพก็ไม่อาจต้านทัพหงสาได้ ทั้งคู่จึงย้ายไปยังเมืองชากังราวซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำปิงและได้เลื่อนเป็นออกขุนเมื่อประกอบคุณงามความดีในฐานะผู้ช่วยบูรณะพุทธศาสนสถานในชากังราว

“อาจารย์ไกร! มีคนมาหาจากชากังราวจ้ะ!