ชาร์ลีมองดูสูทกีตอนสีกลีบบัวซึ่งแขวนอยู่ในถุงสูทพลาสติกใสด้วยนัยน์ตาเศร้าสร้อย เขาหันใบหน้ากลับมาเช็ดถ้วยกาแฟที่เคานท์เตอร์ในร้านเงียบสงบแต่สักพักก็ต้องหันกลับไปทางตะขอแขวนเสื้ออีกรอบ ทั้งที่อุตส่าห์เอาสูทงดงามตัวนี้ไปซักแห้งให้ฟรีๆ จนสะอาดวิ้งขนาดนี้แท้ๆ แต่โชคชะตาก็พาให้เขากับกีตอนสีกลีบบัวไม่อาจใช้ชีวิตเคียงข้างกันได้

    “ฮือ...น้องกีตอนของพี่...”

    “กีตอนของใครนะชาร์ลี”

    เสียงโทนี่สหายร่วมร้านเอ่ยขึ้นอย่างน่ากลัว

    ชายหนุ่มซึ่งมีใบหน้าเอเชียกรีดดวงตามองอย่างหฤโหด โทนี่รู้ดีว่าไอ้เพื่อนคนนี้คลั่งไคล้กีตอนมากขนาดไหน แต่การเอาของที่ลูกค้าลืมไว้มาสวมเล่นก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน

    “ฉันขอลองสวมแล้วเอาไปซักแห้งให้อีกครั้งก็ได้” ชาร์ลีเว้าวอน

    “ถ้าทำอย่างนั้นฉันจะรายงานโอนเนอร์ (เจ้าของร้าน)”

    “อย่าน๊า...”

    พลันเสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้น สองหนุ่มกลับมายืนหลังตรงเป๊ะระบายยิ้มงดงามได้อย่างรวดเร็วราวกับกดปุ่มสั่ง

    ชายหนุ่มที่ปรากฏตัวที่หน้าประตูร้านกลับพาให้รอยยิ้มหายจากปากทั้งสองแทบจะทันที

    “อ้าว...การีโน่อยู่ด้วยเหรอครับ ผมดีใจจัง”

    จิโน่ในแจ็คเก็ตหนังกับกางเกงยีนพอดีตัวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม เขาทรุดกายลงนั่งที่เดิมกลางร้านซึ่งไร้ลูกค้าพร้อมกับหันไปรับเมนูจากชาร์ลีซึ่งเดินยิ้มเข้ามา

    “วันนี้คุณตั้งใจมาดื่มชาด้วยเหรอครับ”

    ชาร์ลีเอ่ยถามระหว่างที่หยิบกระดาษกับปากกาเตรียมจดออร์เดอร์ พาให้อีกฝ่ายระบายสีหน้าแปลกใจ

    “ผมมาร้านน้ำชาก็ต้องดื่มชาสิครับ แหม...นี่คิดว่าผมคงหน้าด้านมาจีบคุณอย่างเดียวล่ะสิ คุณเริ่มสนใจผมแล้วใช่มั้ยล่ะการีโน่”

    “ไม่เลยสักนิดครับ แต่ก็ขอบคุณที่หน้าบางนะครับ หนากว่านี้คงไม่ไหว”

    เด็กหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มผิดกับคำพูดเฉือนใจ ถึงจะหมั่นไส้แค่ไหนก็ต้องปั้นหน้ารับแขกไว้ก่อนเพราะกล้องวงจรปิดกำลังจับอยู่นั่นเอง

    จิโน่หยิบเมนูขึ้นมาดูและกรีดผ่านอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ก็เขาไม่มีความรู้เรื่องชาเลยนี่นา

    “วันนี้อากาศอ้าวๆ นะครับ ผมรู้สึกคอแห้งๆ คุณช่วยแนะนำชาให้ผมหน่อยสิครับ”

    ชาร์ลีนิ่งคิดนิดหนึ่ง เขานึกถึงอิงลิชเบรกฟาสต์เย็นสอดด้วยรสเปรี้ยวของมะนาวขึ้นมา แต่ยังไม่ทันอ้าปากบอก เสียงทุ้มก็ดังมาจากทางเคานท์เตอร์เสียก่อน

   “ชาเก๊กฮวยหิมะดอกตูมสิ”

    โทนี่เสนอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์เช่นเดิม

    ฝ่ายจิโน่ซึ่งเคยโดนดีครั้งก่อนทำหน้าไม่ไว้ใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองชาร์ลีอีกครั้ง ฝ่ายเด็กหนุ่มก็ทำตาระยิบระยับราวกับทึ่งในความเห็นของสหาย

    “เอ่อ...ที่โทนี่บอกเนี่ย...”

    “เป็นความคิดที่ดีมากเลยครับ! ดอกเก๊กฮวยหิมะไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ นะครับ โชคดีที่โอนเนอร์เขาหิ้วกลับมาจากเมืองจีนเองเลย เพิ่งเอาลงขวดโหลเมื่อวานนี้ ราคาสูงสักนิด...”

    “เรื่องราคาผมไม่ห่วงหรอกครับการีโน่ ถ้าเพื่อทำยอดขายให้คุณ...”

“ชาเก๊กฮวยนะ ไม่ใช่ชาอวดรวย”

    โทนี่แซวมาจากที่ไกลโพ้นอีกครั้งพาให้จิโน่เริ่มขบเขี้ยว

    “ผมเอาเก๊กฮวยหิมะเนี่ยแหละการีโน่ ฟังชื่อน่าจะเย็นดี แต่ที่ผมสั่งไม่ใช่เพราะโทนี่แนะนำหรอกนะ ผมสั่งเพื่อเป็นเกียรติแก่รอยยิ้มคุณ”

    เขาจัดแจงหันไปสั่งด้วยรอยยิ้มขี้หลีก่อนจะกลับมานั่งรอด้วยอารมณ์เง้างอนเล็กๆ

    ชาร์ลีเดินกลับไปยังเคานท์เตอร์อีกครั้งและมองหาอุปกรณ์ เขาจัดแจงหยิบกาชาจีนแก้วใสออกมาพร้อมกับอุ่นการอ ระหว่างนั้นก็หยิบจอกแก้วสองชั้นมาราดน้ำร้อนและคว่ำรอไว้ก่อนหยิบกระปุกใส่ชาดอกเก๊กฮวยหิมะออกมา ใส่ลงในกาและเขย่าเล็กน้อยให้น้ำร้อนล้างฝุ่นออกก่อนจะเทน้ำทิ้งและใส่น้ำร้อนไปอีกครั้ง ระหว่างรอก็จัดแจงหันไปชวนโทนี่คุย

    “นายแนะนำอันนี้ฉันก็ว่าดีนะ แต่แน่ใจเหรอว่าจิโน่เขาจะดื่มแล้วรับรู้ได้ถึงความลึกซึ้งของเก๊กฮวยหิมะดอกตูม มนุษย์ที่กินกาแฟแรงๆ จนโดนคาเฟอีนระเบิดต่อมรับรสหมดแล้วแบบนั้นน่ะ”

    เด็กหนุ่มหันไปถามโทนี่แต่อีกฝ่ายก็คลี่ยิ้มเพียงมุมปาก

    “เอาเข้าปากก็ดื่มได้ทั้งนั้นแหละ”

    “นี่นายตั้งใจแกล้งเขาสินะ” ชาร์ลีหันไปเหล่มอง

    “เปล๊า...ฉันแนะนำชานี้ผิดตรงไหน”

    โทนี่เก็บรอยยิ้มกลับมาทำสีหน้านิ่งเฉยเช่นเดิม พลันเสียงกระดิ่งเงินที่ประตูดังขึ้นอีกครั้ง สองหนุ่มจึงยืนหลังตรงด้วยรอยยิ้มรับแขกอีกเหมือนเคย

    “อา...ข้างนอกร้อนจัง ขออิงลิชเบรกฟาสต์มะนาวเย็นหน่อยสิครับชาร์ลี”

    เสียงทุ้มนุ่มนวลของชายหนุ่มในเบลซเซอร์สีพาสเทลและกางเกงบลูยีนสลิมฟิตเท่ๆ เอ่ยขึ้น เขามองหาที่นั่งในร้านซึ่งมีจิโน่นั่งอยู่เพียงคนเดียว เมื่อแขกทั้งสองสบตากันก็ต่างยิ้มทักทายตามมารยาท

    “แปลกจริงที่วันนี้มีลูกค้า”

    ชายหนุ่มผู้มาใหม่ทัก เขาจัดแจงนั่งลงที่โต๊ะข้างจิโน่ ถอดเบลซเซอร์ออกเผยให้เห็นรูปร่างแน่นหนักที่แนบชิดเสื้อเชิ้ตสีน้ำทะเลกับผิวสีแทนสวย ผมสีดอกเลาและคิ้วสีเข้มบ่งบอกรสนิยมแบบหนุ่มฝรั่งเศสเต็มขั้น

    “เบลซเซอร์กีตอนสีฟ้าพาสเทล หายากที่จะเห็นคนรสนิยมดีใส่สไตล์นี้ในนิวยอร์คนะครับ”

    จิโน่เป็นฝ่ายทักทายก่อน อย่างไรเสียเขาก็ทำงานอยู่บริษัทนี้ เห็นคนใช้เบลซเซอร์แพงหูฉีกยี่ห้อของเขาก็เป็นต้องทักทายหน่อย เขาเดาได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ถ้าไม่ใช่เศรษฐีก็ต้องเป็นเกย์แน่ๆ...หรืออาจจะทั้งสองอย่างก็ได้

    ชายหนุ่มผู้มาใหม่ระบายสีหน้าประหลาดใจพอดู เขายิ้มให้และจัดแจงยกข้าวยกของมานั่งโต๊ะเดียวกันโดยไม่เอ่ยปากขออนุญาตสักคำตามประสาคนสังคมจัด

    “ผมดีใจจังที่มีคนรู้จักเบลซเซอร์ตัวนี้ บ่งบอกเชื้อชาติดีไหมครับ”

    “หนุ่มปาริเซียงเจ้าชู้ทุกคน” จิโน่แซว

    “ผิดแล้ว หนุ่มปาริเซียงเสน่ห์แรงทุกคนต่างหาก”

    ชายหนุ่มแซวกลับด้วยรอยยิ้ม เขายื่นมือไปทักทายซึ่งจิโน่ก็ยื่นมือมาจับด้วยความยินดี

    “จิโน่ ครับ ไดเรคเตอร์คนใหม่ของกีตอนจากมิลาน”

    “ผมเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนเสียแล้วเหรอ มิเกโล ครับ ซื้อขายงานศิลปะทั่วโลก”

    ชาร์ลีเดินตรงมาพร้อมกับถาดใส่กาในมือ เขาวางชุดชาในแก้วใสให้จิโน่อย่างสุภาพ แต่สุภาพบุรุษที่สั่งกลับมองดูกาน้ำชาใบสวยและน้ำชาสีน้ำตาลส้มควันฉุยอย่างแปลกใจ

     “เอ๋...การีโน่ครับ ทำไมมันเป็น...ชาร้อน มันชื่อเก๊กฮวยหิมะน่าจะเป็นชาเย็นสิ”

    “ชาจีนกินร้อนครับ แต่มันชุ่มคอ กินแล้วเย็นนะ” เด็กหนุ่มอธิบาย

    “เป็นชาที่เหมาะกับอากาศแบบนี้จริงเสียด้วยครับจิโน่ คุณเลือกเก่งมาก” มิเกโลเอ่ยชม

    “ไม่หรอกครับ ผมให้เขาแนะนำ”

    จิโน่ผายมือไปทางชาร์ลีซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้า

    มิเกโลเห็นเช่นนั้นก็หันไปทางชาร์ลีด้วยรอยยิ้มบ้าง เขายื่นมือไปสัมผัสมือเด็กหนุ่มและดึงเข้ามาจุมพิตหลังมือราวกับทักทายเจ้าหญิง

    “ชงเก๊กฮวยหิมะดอกตูมให้ผมอีกซักกาได้ไหมครับชาร์ลี”

    เด็กหนุ่มสลัดมือออกและขนลุกซู่ทั้งตัว เขารีบกลับไปยังเคานท์เตอร์อย่างรวดเร็วก่อนจะขอตัวเข้าไปหยิบกาชาจีนอีกชุดหนึ่งหลังร้าน

    มิเกโลหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูโดยไม่ได้สังเกตสายตาตกตะลึงของชายหนุ่มที่นั่งเคียงข้าง

    “ผมคงต้องขอไปล้างมือที่หลังร้านเสียหน่อย ขออนุญาตนะครับจิโน่”

    ชายหนุ่มขอตัวก่อนจะเดินหายลับไปทางประตูหลังเวลาเดียวกับที่โทนี่ยกชามะนาวเย็นมาให้ ฝ่ายจิโน่เห็นเป็นจังหวะเหมาะจึงรีบเงยหน้าถามเด็กหนุ่มอย่างร้อนรน

    “มิเกโลเป็นใครเหรอครับโทนี่ ทำไมจุ๊บมือการีโน่ของผมด้วยล่ะ”

    ชายหนุ่มกระซิบถาม อีกฝ่ายก็ปรายหางตามาอย่างเย็นชาเหมือนเดิม

    “ธุระไม่ใช่”

    “ถ้าบอก ผมรับปากว่าจะพาลูกค้ากระเป๋าหนักมาร้านคุณเยอะๆ เลย”

    โทนี่ปรายตามองทางชายหนุ่มซึ่งยังคงร้อนรนไม่เลิก แม้ใบหน้าจะไม่ได้แสดงอารมณ์แต่ดวงตาชั้นเดียวตามแบบชาวเอเชียก็ฟ้องชัดเจนว่าข้อแลกเปลี่ยนนี้น่าสนใจ

    “ไม่รู้อาจจะดีกว่ามั้ง”

    “ผมคนใจแข็ง ถึงรู้เรื่องไม่ดีผมก็ทำใจได้”

    “เก๊กฮวยหิมะดอกตูมช่วยบำรุงหัวใจแต่คงช่วยให้ใจคุณแข็งได้ไม่พอหรอก มีแต่หน้านั่นแหละที่แข็งจนด้านเชียว”

    “ตกลงคุณจะบอกผมดีๆ หรือจะด่าผมกันแน่เนี่ยโทนี่”

    ชายหนุ่มขมวดคิ้วและทำหน้าไม่พอใจอีกรอบเหมือนการ์ฟิลด์ในเช้าวันจันทร์ โทนี่เห็นเช่นนั้นก็คลี่ยิ้มนิดหนึ่งที่มุมปากอย่างได้ที

    “บอกก็ได้ นั่นแฟนเก่าชาร์ลี รีบดื่มชาซะสิจะได้ใจแข็งเสียให้พอ”

    “หา!” จิโน่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

    “ตกใจอะไรซินยอร์กีตอน เพิ่งรู้รึไงว่าชาดอกเก๊กฮวยหิมะเป็นชาร้อน”

    “อันนั้นผมตกใจไปแล้ว!

    “อ้าว...หรอกเหรอ”

    โทนี่ยิ้มเยาะนิดหนึ่งก่อนจะเตรียมหันหลังกลับแต่จิโน่ก็รีบคว้ามืออีกฝ่ายไว้ได้ทัน เด็กหนุ่มจึงหยุดยืนและปรายดวงตาลงมองอย่างเหี้ยมโหด

    “อย่าคิดจูบมือผมเชียวนะ ในร้านมีกล้องวงจรปิด ผมฟ้องคุณข้อหากระทำชำเราได้”

    “ใครจะไปอยากจูบมือเธอกัน! ผมแค่อยากรู้เรื่องสองคนนั้น แล้วที่สำคัญผมชื่อจิโน่”

    “ใครจะไปสนชื่อคุณ เขาสนแต่สูท...จริงสิ เกือบลืมเลย ก่อนหน้านี้คุณลืม...”

“ฉันขอไปพักก่อนนะโทนี่!

    ชาร์ลีวิ่งพรวดออกมาจากทางหลังร้าน เด็กหนุ่มยกมือป้องใบหน้าและดิ่งไปทางประตูด้านหน้าร้านก่อนจะเปิดออกไปอย่างรวดเร็ว สองหนุ่มที่มองตามค่อยๆ ละสายตาจากประตูหน้าหันกลับไปทางประตูหลังอีกครั้ง ร่างของมิเกโลเดินออกมาพร้อมรอยฝ่ามือบนแก้มที่แดงชัดเจน

    “ชาร์ลีล่ะโทนี่”

    ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะสอดส่องมองหา

    “ไปพักแล้วครับ”

    “เหรอ...น่าเสียดาย”

    มิเกโลตรงกลับมานั่งที่เดิม เขายกแก้วชามะนาวขึ้นดูดจนเมื่อวางลงและปล่อยรังสีสดชื่นระบายเต็มสีหน้า โทนี่ก็จัดแจงยื่นมือไปดึงหูจนชายหนุ่มหน้าเหยเก

    “อ...โอ๊ย! ผมเจ็บนะโทนี่”

    อีกฝ่ายยังคงสีหน้าเย็นชาราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขายิ่งดึงแรงขึ้นอีกจนมิเกโลแทบจะตัวลอยตามหูขึ้นมา

    “ถ้าครั้งหน้าแกล้งชาร์ลีอีก ผมดึงหูคุณหลุดแน่”

    โทนี่ขู่เนิบๆ แต่กลายเป็นจิโน่ซึ่งเป็นพยานในเหตุการณ์กระสับกระส่ายเลิ่กลั่กแทน

    “ท...โทนี่! ไหนคุณบอกมีกล้องวงจรปิด ทำแบบนี้กับลูกค้าเดี๋ยวเจ้าของร้านก็...”

    “ไม่ต้องกลัวหรอก ไอ้ปาริเซียงซังกาบ๊วยคนนี้แหละเจ้าของร้าน”

    จิโน่ถึงกับอ้าปากเหวอ

    เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายโอดโอยพอสมควรแล้วเด็กหนุ่มจึงยอมปล่อยมือในที่สุด เขาเดินกลับไปหลังเคานท์เตอร์เพื่อเตรียมชาเก๊กฮวยหิมะให้ตามสั่ง แต่ยังไม่ทันเสร็จดี จิโน่ก็วิ่งตรงมาวางเงินไว้ที่เคานท์เตอร์ก่อนพรวดพราดออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว โทนี่มองไปที่โต๊ะและเห็นว่าชายหนุ่มยังไม่ได้แตะชาเลยสักคำ เห็นดังนั้นก็ผ่อนลมหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย เขาหันดวงตาชั้นเดียวคมกริบไปทางมิเกโลอีกครั้งจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก

    “เมื่อกี้คุณทำอะไรชาร์ลี”

    ชายหนุ่มที่โดนซักถึงกับทำหน้าจ๋อย

    “ฉันบอกว่าหย่ากับเมียแล้ว จะขอคืนดีกับเขา”

    “ไอ้เลว”

    มิเกโลได้ฟังก็ถึงกับยกมือขึ้นนวดขมับ

    “ที่ฉันติดแต่กล้องวงจรปิดแต่ไม่ติดเครื่องอัดเสียงเพราะกลัวปากเธอเนี่ยแหละโทนี่”

    ชายหนุ่มหันมาแซวด้วยดวงตาใสปิ๊งเปลี่ยนจากท่าทีตกใจเมื่อครู่ได้อย่างแนบเนียน เห็นดังนั้นใบหน้าเรียบนิ่งของโทนี่ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น

    “คุณควรเลิกยุ่งกับชาร์ลีได้แล้ว ที่ชาร์ลีเลิกกับคุณไม่ใช่เพราะคุณแต่งงาน แต่เพราะคุณมันเห็นแก่ตัวต่างหาก”

    “เสียใจด้วยที่ชาร์ลีรักคนเห็นแก่ตัวอย่างฉัน”

    “เขากำลังจะมีรักใหม่แล้วล่ะ”

    โทนี่เปรยด้วยรอยยิ้มเย้ยเล็กๆ ที่มุมปาก น่าตกใจจนมิเกโลต้องหันไปเหลือกตามอง

    “ในที่สุด...เธอก็จีบชาร์ลีแล้วเหรอโทนี่”

    “อยากตายรึไง ไอ้คนที่วิ่งออกไปเมื่อกี้ต่างหาก ถึงจะขี้หลีแต่ดูจริงใจกว่าคุณเยอะ กลับไปคืนดีกับเมียได้แล้วมิเกโล”

    ชายหนุ่มพยักหน้าเพียงน้อยและกลับมาระบายสีหน้าครุ่นคิด สักพักก็ปรับสีหน้ามายิ้มแย้มได้รวดเร็วราวกับนางละคร ใบหน้าหล่อเหลาแบบพิมพ์นิยมชายชาวปารีหันกลับไปมองโทนี่อีกครั้ง

    “ถ้าอย่างนั้นเธอจะไม่ปลอบใจฉันหน่อยเหรอ กอดปลอบใจฉันคืนนี้หน่อยสิโทนี่”

    “ถ้าให้ผมเป็นฝ่ายรุกคุณล่ะก็...จะลองก็ได้นะ รับรองจะทะลวงให้จำไปจนวันตายเลย”

    มิเกโลนั่งตัวสั่น เขาหันกลับมาหยิบชามะนาวขึ้นดูดอีกรอบด้วยกิริยาหนีความจริง เจอโทนี่ทีไรเป็นต้องโดนขู่ให้กลัวหัวหดทุกที ไม่รู้ทำไมยังจ้างโทนี่เป็นผู้จัดการร้านอยู่ได้ อ้อ...เพราะมีความรู้เรื่องชาเป็นอย่างดีและทำให้ร้านชางานอดิเรกของเขายังไม่เจ๊งได้นั่นเอง

    ชาร์ลีเดินไปรับอเมริกาโน่เย็นที่เคานท์เตอร์ร้านกาแฟด้วยดวงตาแดงก่ำ ระหว่างที่หยิบเงิน มือใหญ่ของจิโน่กลับยื่นเงินให้บริกรไปเสียก่อน

    “ผมขอเอสเพรซโซ่สองช็อตด้วย”

    ชายหนุ่มออร์เดอร์ก่อนหันมายิ้มให้ชาร์ลีโดยยังรักษามาดสุภาพบุรุษเต็มที่

    “จิโน่...”

    “ผมเลี้ยงเอง”

    “ไม่เอา”

    ท่าทางปฏิเสธอย่างเฉยเมยแทบทำใบหน้าจิโน่แตกยับ โชคดีที่ความหนาของเขาไม่ธรรมดาจึงยังคงสีหน้ายิ้มแย้มเช่นเดิมได้

    “อย่าดื้อสิการีโน่ ผมแพ้น้ำตาคนสวยนะ เห็นแล้วต้องเลี้ยงกาแฟซับน้ำตาให้ทุกที”

    เด็กหนุ่มอมยิ้ม เขายอมรับเลี้ยงและเดินไปนั่งบนโต๊ะเคียงข้างจิโน่ซึ่งยังคงรักษาท่าทีสง่างามผิดกับช่วงหลังที่ได้เจอ มาดเก๊กแบบนี้ทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่ได้พบจิโน่ในร้านนี้ ตอนนั้นดูน่าหมั่นไส้กว่าเยอะ

    “ตกลงได้ดื่มชาไปรึยังครับ” ชาร์ลีเอ่ยถามพร้อมกับดูดอเมริกาโน่เย็นไปด้วย

    “อ่า...อย่าโกรธผมนะ ผมยังไม่ได้ดื่มสักอึก ผมเป็นห่วงคุณเลยรีบตามมาดู”

    “ห่วงผมทำไม”

    เด็กหนุ่มหันมามองด้วยความแปลกใจทั้งที่ปากยังคาบหลอดอยู่

    “โทนี่บอกว่ามิเกโลเป็นแฟนเก่าคุณ ทำไมถึงเลิกกันล่ะ”

    “เห...คุณนี่ถามไม่มีมารยาทเลย”

    “งั้นเปลี่ยนใหม่ ทำไมไม่มาคบกับผมล่ะการีโน่”

    จิโน่ส่งสายตาแพรวพราวตามแบบหนุ่มอิตาเลียนอีกครั้ง น่าตลกจนพาให้เด็กหนุ่มที่นั่งเคียงข้างพ่นหัวเราะออกมา

    “คุณนี่ขำแฮะ เหมือนที่โทนี่บอกเปี๊ยบ”

    ชื่อโทนี่ทำให้จิโน่รู้สึกขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง

    “โทนี่เขาโหดมากเลยนะ ไม่น่าเชื่อว่าคุณมีเพื่อนโหดขนาดนี้”

    ชาร์ลีพยักหน้าเห็นด้วย เขาหันไปมองเคานท์เตอร์ซึ่งแจ้งว่าเอสเพรซโซ่สองช็อตได้แล้วจึงอาสาไปรับมาให้ ฝ่ายจิโน่ก็ยิ้มขอบคุณและรับมาจิบอย่างอารมณ์ดี

    “ตกลงคุณตามมาทำไมครับ หรือแค่อยากถามว่าผมเลิกกับมิเกโลได้ยังไง”

    จิโน่ละริมฝีปากออกจากถ้วยเอสเพรซโซ่ เขาบรรจงวางลงและปั้นหน้าหล่อเต็มที่

    “ผมแค่อยากมาดื่มกาแฟ”

    ชาร์ลีได้แต่ขำในใจ เอาเหอะ ถ้าเพื่อให้ได้ไปเห็นคอลเลคชั่นสูทกีตอนที่บ้านหมอนี่ จะยอมให้จีบต่อไปอีกหน่อยก็ได้

    “เอ๊ะ...จริงด้วยสิ คุณหยิบสูทกีตอนสีกลีบบัวมาหรือยังครับ”

    ชายหนุ่มเหลือกตาอย่างแปลกใจ

    “อะไรนะครับ กีตอนสีกลีบบัวอะไรเหรอ”

    เด็กหนุ่มถึงกับเลือดขึ้นหน้า ไอ้บ้านี่จำไม่ได้กระทั่งว่าลืมสูทไว้ที่ร้านเขาหรอกเหรอ! หนอย...นี่คงมีเยอะจนไม่คิดจะจำเลยใช่ไหม!

    “คุณมันใจร้าย!

    ว่าแล้วชาร์ลีก็ลุกพรวดถือแก้วอเมริกาโนเย็นเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงชายหนุ่มที่มองตามอย่างงงๆ ว่าเมื่อกี้เขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า

สวัสดีค่ะ ^_^

    ช่วงนี้ยังอยู่ระหว่างเร่งมือส่งโรงพิมพ์หนังสือทั้ง 8 ปกค่ะ ข้อสรุปเบื้องต้นคือน่าจะ “ส่งให้นักอ่านช้า” ไปประมาณ 1-2 สัปดาห์แต่ไม่ได้มีแต่ข่าวร้ายนะคะ เพราะข่าวดีคือไกรทองจากที่ไม่มีภาพประกอบก็น่าจะได้มีภาพครบถ้วนทุกตอนค่ะ เย้! ช้าเพราะรอภาพนี่ล่ะค่ะ และหากไม่มีอะไรผิดพลาดก็จะมีของแถมสนองคนเขียนอีก เรียกว่า Blueฯ ขายของแถมค่ะ ส่วนหนังสือนี่ให้ติดไปอ่านกันแก้เซ็งเฉยๆ ฮ่าๆๆๆ

    ตอนนี้ที่บ้าน Blueฯ มีเครื่องชงกาแฟแบบหรูหราแล้วค่ะ มีเครื่องบดเมล็ดกาแฟด้วย ส่งผลให้ทั้ง Blueฯ และท่านอู๊สคุงดื้อคาเฟอีนรวดเร็วมาก กินเช้าบ่ายง่วงแล้วค่ะ ส่วนชาก็ยังดื่มอยู่แต่หนักไปทางดื่มที่ทำงานมากกว่า เป็นทีปาร์ตี้ค่ะ ล่าสุดจะซื้อชาเก๊กฮวยป่าแต่เข้าใจผิดเลยสั่งเก๊กฮวยป่าดอกตูมมาแทน กลิ่นรสต่างกันเยอะเลยค่ะ ชาเก๊กฮวยป่าจะชงแล้วหอมเหมือนน้ำเก๊กฮวยแต่ไม่มีรส ส่วนเก๊กฮวยป่าดอกตูมจะกลิ่นเผ็ดร้อนเหมือนยี่หร่า (ไม่เหมือนเก๊กฮวย) แต่ชุ่มคอ เลยต้องเบลนด์กันร่วมกับชาผูเอ้อซึ่งเปี่ยมคุณค่าทางยาและรสชาติดีค่ะ กลายเป็นเบลนด์พิเศษสนองทั้งลิ้น คอ และจมูกค่ะ เกิดแรงบันดาลใจเขียนตอนนี้ได้อีกนิดนึงเชียว

    พบกันเมื่อองค์ลงครั้งหน้านะค๊า ^_^

Comment

Comment:

Tweet

คุณเจ้าของร้านน่ารักดีจังค่า ฮ่าๆ

#2 By (125.26.109.103|125.26.109.103) on 2015-07-05 18:33

ชอบเรื่องสั้นมากๆ เลยค่ะ อ่านเพลินมากก ส่วนตัวก็ชอบดื่มชาเหมือนกัน พออ่านยิ่งฟินไปใหญ่.เป็นกำลังใจค่า.😄💗💜

#1 By (223.204.203.25|223.204.203.25) on 2015-07-05 08:27