เรื่องสั้นร้านกาแฟ 8: Pimm's

posted on 09 Aug 2015 11:10 by ffmanblue in Short

        ชาร์ลีเดินขึ้นบันไดอพาร์ตเมนท์ด้วยอารมณ์ราวกับฉลองปีใหม่มิลเลเนียม สองมือหอบถุงสูทผ้าไหมกีตอนที่อาสาไปซักแห้งให้อัล เร เนโร เขายืนอยู่หน้าห้องและล้วงกุญแจออกมาไข สิ่งแรกที่ทำหลังจากเปิดไฟคือบรรจงแขวนสูทไหมไว้อย่างเรียบร้อยหน้าประตู เขาอุตส่าห์หอบกลับมาที่ห้องพักด้วยแทนที่จะเอากลับไปไว้ที่ร้านก็เพราะคิดว่าคืนนี้จะขอนอนดูเสื้อสูทให้ชื่นใจเสียหน่อย ไม่บ่อยนักที่เขาจะเห็นใครสวมสูทไหมเนื้อดีขนาดนี้เดินไปมาตามท้องถนนเพราะผ้าไหมเงาวับมักจะเหมาะกับงานรื่นเริงยามกลางคืนมากกว่า

        ระหว่างที่กำลังจะตรงไปยังเตียงนอนในห้องพักแบบสตูดิโอเปิดโล่งเป็นพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่รับแขกไปยันนอนและแสนจะแคบ จู่ๆ มือใหญ่สวมถุงมือหนังแสนแพงของ Hermes ก็โอบล็อกร่างเขาจากด้านหลัง อีกมือปิดปากเด็กหนุ่มเสียสนิท กลิ่นน้ำหอมดอลเช่แอนด์กาบบาน่าอินเทนโซ่กรุ่นด้วยลาเวนเดอร์ กลิ่นยาสูบ และมัสค์ราคาแพงทำให้เด็กหนุ่มจำได้เป็นอย่างดี สิ่งเดียวที่ทำให้เขายอมยืนนิ่งไม่ติงไหวก็เพราะกลัวว่าเทรนช์โค้ตของกีตอนที่บุรุษเบื้องหลังใช้คลุมกายจะยับก็เท่านั้น

        “ค้นให้ทั่ว”

        เสียงทุ้มของร่างที่โอบหลังและอุดปากชาร์ลีเอ่ยขึ้น บอดี้การ์ดชุดดำจึงจัดแจงรื้อค้นทั่วห้องแคบๆ อย่างรวดเร็ว

        “ไม่ดิ้นเลยรึไง ชู้รักของมิเกโล”

        อัล เร เนโรยอมปล่อยมือออกอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มไม่ลืมถอยไปล็อกประตูห้องก่อนถอดโค้ตแขวนและเดินด้วยท่าทีใจเย็นตรงไปนั่งยังโต๊ะกินข้าวซึ่งน่าจะเป็นบริเวณเดียวในห้องคับแคบที่สามารถรับแขกได้

        “คุณสะกดรอยตามผมมาทำไมครับ ผมไม่ทำอะไรสูทของคุณหรอก”

        ชาร์ลีหันมาเอ่ยด้วยเสียงเกร็งและท่าทางหวาดหวั่น อีกฝ่ายซึ่งยังคงเชิดใบหน้ายโสก็ปรายตามองอย่างไว้ที

        “ฉันไม่ได้ห่วงสูท แต่ยังไงก็ขอบใจที่เอาไปซักแห้งให้”

        บุรุษสูงใหญ่ล้วงเช็คออกมาจากกระเป๋าเวสต์ (เสื้อกั๊ก) และเซ็นวางบนโต๊ะให้โดยไม่แม้แต่จะหันมามอง สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่บอดี้การ์ดชุดดำที่ยังคงรื้อค้นไปรอบห้อง

        ชาร์ลีมองดูเช็คมูลค่าเพียงพอต่อการซักแห้งกีตอน 100 ตัวก็ผ่อนลมหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย เขายินยอมเดินไปหยิบเช็คมาเก็บแต่โดยดีและมองไปทางบอดี้การ์ดซึ่งรื้อของเละเทะอย่างระอาใจ

        “เอาเครื่องดื่มหน่อยไหมครับ”

        เด็กหนุ่มเปลี่ยนบทสนทนา

        “ไม่ต้อง ห้องเล็กแค่นี้ค้นไม่นานคงเสร็จ”

        เสียงทุ้มเอ่ยตอบ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปทางเตียงสองชั้นที่มีเพียงม่านโทรมๆ กั้นเขตระหว่างห้องอเนกประสงค์ซึ่งมีโต๊ะกินข้าวและครัวรวมอยู่บริเวณเดียวกับตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของ ประตูบานเดียวในห้องคงเป็นห้องน้ำซึ่งมองลอดเข้าไปก็เห็นชักโครกกับตู้อาบน้ำซึ่งเล็กกว่าห้องลองเสื้อ

        “นี่เธออยู่ในห้องแคบอย่างกับรูหนูขนาดนี้ได้ยังไง เล็กกว่าห้องอาบน้ำเสียอีก”

        “ไม่ใช่ผมคนเดียวครับ ผมอยู่กับโทนี่ ที่จริงโทนี่เป็นเจ้าของห้องแต่ผมมาขออาศัยอยู่ด้วย”

        “แล้วก่อนหน้านี้เธออยู่ที่ไหน”

        ดวงตาเยือกเย็นหันมามองแต่ชาร์ลีกลับหน้าสลดจนอีกฝ่ายคลี่ยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างเดาทางได้

        “ถูกมิเกโลเฉดหัวออกมาสินะ”

        “ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องใส่ใจหรอกครับ”

        “หาไม่พบเลยครับ อัล เร เนโร”