เซซาเร่สั่งการบอดี้การ์ดเวรกลางคืนเฝ้าหน้าประตูเสร็จสรรพจึงตรวจดูความเรียบร้อยภายในห้องของดอนอีกครั้งหนึ่ง ยามนี้นายของเขาซึ่งอารมณ์ดีขึ้นหลังจากได้พบกับจิโน่หลับอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว หากเป็นคืนอื่นที่ดอนไม่ได้จบค่ำคืนด้วยการเข้าห้องนอนสงบแบบนี้ นอกจากคนเฝ้าประตู เขายังต้องหาบอดี้การ์ดอีกคนหนึ่งเฝ้าข้างเตียงเวลาที่ดอนพาผู้หญิงมาด้วย ส่วนใหญ่เขาจะรับหน้าที่นี้เองเพราะบอดี้การ์ดคนอื่นไม่คุ้นเคยกับการจ้องมองดูกิจกรรมร้อนแรงของดอนกับคู่นอนภายใต้แสงมืดสลัว การจะตั้งสติระวังภัยโดยไม่ให้เผลอมีอารมณ์ร่วมไปกับภาพตรงหน้าเป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกิน

บุรุษสูงใหญ่ตรงไปยังห้องพักของอัล เร เนโรซึ่งอยู่ชั้นเดียวกันกับห้องพักของดอนเบนิโต เขายกมือขึ้นเตรียมเคาะประตู แต่เมื่อครุ่นคิดนิดหนึ่งจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะแจ้งเจ้าของห้อง เซซาเร่ถอดสูทกีตอนสีดำสนิทออกและแขวนไว้ที่หน้าประตูตามที่เคยปฏิบัติ เมื่อมองดูสูทตัวนี้แล้วก็พลันนึกถึงเด็กหนุ่มสองคนที่หูตาพราวเมื่อเห็นสูทก็อดจะพรายยิ้มเอ็นดูไม่ได้ ชายหนุ่มเอื้อมมือเปิดสวิตซ์ไฟก่อนจะเดินตรงไปทางห้องนอน เขาบรรจงนั่งลงอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงจะตื่นขึ้นมา มือหนึ่งสอดนิ้วชี้เหนือปมเพื่อรูดเนกไทที่ลำคอของตนให้คลายออกและปลดกระดุมจนเกือบหมดเพื่อให้หายใจได้โล่งขึ้น อีกมือก็ยื่นไปสัมผัสหน้าผากและเสยเส้นผมสีดำสนิทหยักศกที่ปรกใบหน้าหลับพริ้มให้อย่างแผ่วเบา

ร่างของอัล เร เนโร นอนสิ้นสติอยู่บนเตียง ศีรษะที่บวมปูดขึ้นมายืนยันได้ว่าศอกของโทนี่แรงดีไม่มีตก ก่อนหน้านี้ประมาณครึ่งชั่วโมงโทนี่เดินมาหาเขาและแจ้งว่าเผลอแทงศอกเข้าขมับของอัล เร เนโร จนสลบ