เสียงกระดิ่งเงินดังขึ้นหน้าประตูร้านอย่างไพเราะเช่นทุกครั้ง ชาร์ลีซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงและเช็ดถ้วยชาละมือจากกิจกรรมที่ทำอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปทางหน้าร้านและคลี่ยิ้มทักทายลูกค้าตามปกติแต่เมื่อสายตามองเห็นเบลเซอร์กีตอนผ้าไหมเงาสีฟ้าอควอมารีนลายตารางที่ดูอิตาเลียนสุดขีด หัวใจของเด็กหนุ่มก็แทบหลุดออกมานอกอก

           “ส...สวัสดีครับ คุณเซซาเร่”

           ชาร์ลีทักทายด้วยเสียงสั่น หัวใจเขาแทบวายเพราะจำได้ว่าเบลเซอร์ตัวนี้ออกมาฆ่าชุดอื่นในคอลเลกชั่นเดียวกันแท้ๆ ความที่ใช้สีสว่างและลายตารางดูลำลอง ตอนที่นายแบบสวมเดินออกมาบนรันเวย์กับกางเกงสีน้ำเงินเข้ม เขาก็เผลอกระโจนเข้าไปกอดจอคอมพิวเตอร์และจูบหน้าจอจนอิ่มเอมท่วมท้นราวกับได้มีเซ็กส์ไปสักสามรอบได้

           เซซาเร่คลี่ยิ้มอย่างสุภาพ เขาเดินตรงไปนั่งที่โต๊ะภายในร้านว่างเปล่า เพียงชายหนุ่มขยับแขนเล็กน้อย แนวกล้ามเนื้อแน่นที่ต้นแขนก็แนบลู่เนื้อผ้าสีฟ้าใสเกิดเป็นเท็กซ์เจอร์พิเศษราวกับได้เห็นรูปร่างงามราวกับนักรบโรมันที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่เมื่อเซซาเร่หันไปทางเคาน์เตอร์อีกครั้งก็แปลกใจที่เด็กหนุ่มหายไปเสียแล้ว

           โทนี่ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับเตาอบขนมหลังร้านหันไปมองชาร์ลีที่วิ่งพรวดเข้ามาอย่างแปลกใจ สหายผมทองของเขาทรุดเข่าลงนั่งกับพื้นและสั่นไปทั้งตัว ใบหน้าขาวดั่งตุ๊กตากระเบื้องย้อมด้วยสีแดงเรื่อราวกับเพิ่งดื่มสุราดีกรีแรงมาสักสามขวด

           “อะไรน่ะชาร์ลี เนโรมาเหรอ หรือว่าดอนเบนิโต”

           โทนี่ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

           ชาร์ลียังไม่ตอบในหนแรง เขาค่อยๆ รวบรวมสติก่อนเงยหน้าขึ้นมาด้วยผิวแก้มแดงก่ำ ริมฝีปากอิ่มสีแดงและดวงตาหวานเยิ้มทำให้โทนี่พอเดาได้ว่าคงมีไอ้บ้าคนไหนสักคนใส่สูทกีตอนในคอลเลกชั่นพิสดารเข้ามาเป็นลูกค้าหน้าร้านแน่

           “หรือว่าจิโน่มา”

           “ไม่ใช่...”