เสียงกระทืบบาทของพิเภกดังลั่นไปทั่วพลับที่ก่อด้วยไม้เต็งจนกระทั่งนายกองวานรสะดุ้งเฮือกสั่นเทาดังลูกนกกลางฤดูหนาว หากไม่ใช่ไม้เนื้อแข็งอย่างไม้เต็งก็คาดว่าแรงพิโรธของพิเภกคงทลายพลับพลาจนราบเป็นหน้ากลองจากการกระทืบบาทเพียงครั้งเดียวเป็นแน่ กลางที่พักของเสนาธิการแห่งทัพพระรามซึ่งใช้เป็นที่ประชุมกองย่อยบัดนี้เงียบสนิทราวสุสาน พระยาพิเภกนั่งเชิดใบหน้าบนอาสนะและขบเขี้ยวด้วยกิริยาอดกลั้นอย่างที่สุด สองมือกำแน่นด้วยขันติ เหงื่อกาฬไหลอาบจากความโกรธาอย่างหาที่เปรียบมิได้ นายกองวานร 3 นายซึ่งบาดเจ็บทั่วกายนั่งพับเพียบพนมมือตัวสั่นด้วยกลัวอาญาหลังรายงานให้ทราบว่าทัพพระลักษมณ์ปะทะกองลาดตระเวนของกุมภกรรณยักษาและเกิดเป็นศึกย่อมที่ไม่ได้เปี่ยมด้วยเกียรติยศมากนักเนื่องว่าพระลักษมณ์ออกโองการด้วยความเลือดร้อน แม้กุมภกรรณยักษาจะยอมล่าถอยแต่ยิ่งกลับทำให้องค์ลักษมัณไล่ต้อน สุดท้ายพญายักษ์เพียงสาดหอกโมกขศักดิ์ครั้งเดียวปักกลางอกพระลักมณ์ การยุทธาก็จบลงด้วยแนวทัพวานรแตกกระจายหนีตายจ้าละหวั่น

          “ข้าจึงนำข่าวอวมงคลมาแจ้งให้ท่านทราบเพื่อกราบทูลพระราม...

          เผียะ!

          พระยาพิเภกฟาดฝ่ามือตบปากวานรด้วยโทสะอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ความอำมหิตแผ่ซ่านทั่วองค์ราวกับจะคืนรูปเป็นรากษสใจเหี้ยมสังหารเหล่านายกองเสียให้สิ้นซาก หากเขายังเป็นเสนาธิการทัพลงกา อย่าหวังเลยว่านายกองที่ปล่อยให้ขุนพลตายแล้วหนีทัพกลับมาจะรอดชีวิตได้ นอกจากจะเด็ดหัวมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแล้วก็ต้องกุดหัวประยูรญาติล้างอายเสียให้หมดตระกูล

          &ldquo