เมื่อนั้นมังกรกัณฐ์ยักษา ดิ่งดำเนินตัดริ้วเมฆายามวิหกวิกาลร้องบอกเพลาพลบค่ำ องค์เหาะเหินจากพลับพลาของพิเภกไปทางทิศอุดรอย่างว่องไว จวบชั่วเพลาเท่ากระต่ายกระพริบตาจึงทอดเนตรลงมาพบแมกไม้และหมู่มวลไพรพฤกษ์ขึ้นหนาทึบ แม้ดวงจันทร์จะควบราชรถทอแสงสุกสกาวทั้งนภาแต่ไม้ใหญ่ที่เบียดหนาก็พรางสายธารไว้จนไม่อาจแลเห็นได้ชัดเจน

           มังกรกัณณ์เหินหาวอยู่บริเวณนั้นอีกสองนานทว่าไม่อาจรู้ได้ว่าสายลำธารอยู่ที่ใด องค์จึงหยุดนิ่งและพยายามเงี่ยกรรณสดับเสียงน้ำไหลก็พบว่าอื้ออึงไปทั่วจนไม่อาจบอกเหนือใต้ว่าทิศใดคือลำธาร แต่เมื่อเจริญสติอย่างสงบ กลิ่นหอมดั่งปทุมมาลากลับต้องฆานจนองค์ทำนาสิกฟุดฟิดอย่างใคร่รู้

           “หอมจัง บุปผชาติพันธุ์ใดกัน